เรื่องน่ารู้ของ คาเฟอีน : ประโยชน์และโทษ

คนส่วนมากเข้าใจว่าคาเฟอีนมีอยู่เฉพาะในชาและกาแฟเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้วคาเฟอีนยังเป็นส่วนผสมสำคัญในน้ำอัดลมที่ผลิตจากเมล็ดโคล่า รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารหรือขนมที่ใช้ ชา กาแฟ โกโก้ และโคล่าเป็นส่วนผสมอยู่ ก็จะมีสารคาเฟอีนรวมอยู่ด้วย เช่น ลูกอมรสกาแฟ ลูกอมรสช็อกโกเลต เค้กช็อกโกเล็ต เค้กกาแฟ น้ำอัดลมโคล่า รูทเบียร์ และเครื่องดื่มชูกำลังต่างๆ

คนส่วนมากจะเข้าใจว่าการดื่มกาแฟหรือคาเฟอีน จะทำให้นอนไม่หลับ แก้ง่วง ซึ่งนี่คือความรู้เบื้องต้น ฤทธิ์ของคาเฟอีน มีมากมายและมีทั้งประโยชน์และโทษ

article_72692_1414471325

คาเฟอีน (Caffeine)

มีลักษณะทางเคมีที่สำคัญประการหนึ่งคล้ายกับสารที่ชื่อ อะดีโนซีน (adenosine) และเข้าไปจับกับตัวรับตัวเดียวกัน เป็นที่ทราบกันดีว่า สารอะดีโนซีน เป็นสารเคมีที่สร้างขึ้นในสมอง มีฤทธิ์ทำให้รู้สึกง่วงนอน นอนไม่หลับ กลไกลเกิดจากฤทธิ์กระตุ้นสมอง กลไกเช่นเดียวกับยาบ้า (amphetamines) โคเคน (cocaine) และเฮโรอีน (heroin) หากนำมาเปรียบเทียบกัน พบว่าคาเฟอีนมีฤทธิ์เสพติดน้อยกว่ายาบ้า โคเคน และเฮโรอีนมาก ผู้ที่ติดคาเฟอีนจะมีอาการของการเสพติด รู้สึกไม่ค่อยสบาย ไม่มีเรี่ยวมีแรง หากไม่ได้รับหรือบริโภคเข้าไป และมีความต้องการที่จะเสพอีกอย่างมาก การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณน้อยจะทำให้รู้สึกมีความตื่นตัว ความคิดฉับไว ไม่ง่วงนอน กระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีพลัง ทำงานได้ทนทานและนานยิ่งขึ้น

ขนาดของคาเฟอีนที่เริ่มมีฤทธิ์ในการกระตุ้นสมองคือ 40 มิลลิกรัมขึ้นไป ดังนั้นเมื่อบริโภคเครื่องดื่มประเภทชา และกาแฟ หรือเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนเข้าไป สมองจะเข้าใจว่าเป็นอะดีโนซีน เนื่องจากตัวรับของอะดีโนซีนทำปฏิกิริยาจับกับคาเฟอีน กลไกดังกล่าวทำให้สมองขาดสารที่ทำให้รู้สึกง่วงนอน ร่างกายจึงรู้สึกไม่ง่วง นอนไม่หลับ และรู้สึกกระปรี้กระเปร่า แต่คาเฟอีนในขนาดสูงจะทำให้นอนไม่หลับ ลดระยะเวลาหลับ นอนหลับไม่สนิท มือสั่น เกิดอาการวิตกกังวล คาเฟอีนในขนาดที่เป็นโทษแก่ร่างกายอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการชักได้

การที่เราไม่รู้สึกง่วงนอนนั้น ไม่ใช่จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเสมอไป เพราะถ้าเราอ่อนเพลีย ร่างกายต้องการพักผ่อน แต่เราต้องการกระตุ้นให้ตื่น การทำงานก็จะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วค่อยมาทำต่อ การที่เราไม่ยอมพักผ่อนนั้นจะทำให้สุขภาพเสื่อมโทรมเร็วขึ้น การรู้สึกมีเรี่ยวแรงขึ้นมานั้นก็ไม่ใช่ฤทธิ์ขงคาเฟอีนโดยตรง แต่เป็นการเอากำลังสำรองมาใช้ ซึ่งเมื่อถึงคราวที่เราต้องอาศัยกำลังสำรองจริงๆ แล้วก็จะไม่มีเหลือ ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ ล้มป่วยง่ายและหายยากหรืออาจจะไม่หายเลยก็ได้

ประโยชน์ของคาเฟอีน

  1. แพทย์อาจจะใช้กับเด็กทารกที่คลอดก่อนกำหนดและหยุดหายใจแล้วกว่า 20 วินาที เพื่อช่วยกระตุ้นให้ฟื้น ซึ่งได้ผลไม่แน่นอน
  2. ใช้ในห้องทดลองเกี่ยวกับการกระตุ้นระบบประสาท
  3. ผสมกับยาเออร์กอท (Ergot) ในการรักษาไมเกรน
  4. นานๆ ครั้งแพทย์จะใช้กับคนไข้ที่ถูกยาพิษบางชนิดที่ไปกดระบบประสาท ทำให้คนไข้ง่วงซึมและหายใจไม่ค่อยได้

โทษของคาเฟอีน (ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง ยาแก้ปวด โกโก้ โคล่า)

  1. หัวใจสั่น (หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ หรือผิดปกติ)
  2. ทำให้ความดันโลหิตสูง
  3. ทำให้ไขมัน (โคเลสเตอรอล) ในเลือดสูงขึ้น ซึ่งในทางอ้อมจะทำให้เป็นโรคหัวใจวายง่ายขึ้น
  4. ทำให้กระเพาะอาหารผลิตกรดออกมามากกว่าปกติ ซึ่งทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารง่ายขึ้น (จากสถิติพบว่า คนไทยเป็นโรคกระเพาะอาหารเป็นแผลมาก)
  5. เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อาจทำให้มีก้อนซีสท์ที่เป็นเนื้องอกในเต้านมสตรี
  6. ทำลายโครโมโซมในหนูที่ใช้ทดลอง และลูกหนูที่คลอดออกมาพอการไม่สมประกอบ ในปี ค.ศ.1980 สำนักงานอาหารและยา (F.D.A.) ของสหรัฐอเมริกา ได้ประกาศเตือนให้สตรีที่ตั้งครรภ์หรือลดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพราะอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กในครรภ์ได้
  7. ระบบประสาทถูกกระทบกระเทือน ทำให้
    1. นอนไม่หลับ
    2. มือสั่น
    3. ตึงเครียด
    4. อารมณ์เสียง่าย
    5. ปวดหัว
    6. ประสิทธิภาพการทำงานต่ำลง

ทุกอย่างมีทั้งโทษและประโยชน์ เพราะฉะนั้นเราควรจำกัดปริมาณบริโภค่อวันให้พอเหมาะนะคะ เพื่อจะได้ไม่เสียสุขภาพกันค่ะ

ที่มา : coffeeandtealover.com