ผู้ป่วยมะเร็ง กับการคลายกังวลด้วยโยคะ

มะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิต ชาย หญิง ทั่วโลก ติดอันดับต้นๆ ของโรคทั้งหลาย จากการอ่านบทวิจัยและบทความรักษามะเร็งหลายๆ เรื่องก็พบว่า วิธีการดูแลร่างกายและจิตใจ แบบธรรมชาติไม่พึ่งยานั่นได้ผลที่ดีและยั่งยืนกว่า ก็อย่างเช่น ถ้าเราสามารถทำใจให้ไม่กังวลกับเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะโรคภัยไข้เจ็บ หรือปัญหาอื่นๆ ปัญหานั้นๆ ก็จะมีผลกับเราน้อยลง แล้วโดยเฉพาะเรื่องของ โรคภัยไข้เจ็บด้วยแล้ว อารมณ์ และความสบายใจ มีผลกับร่างกายมากจริงๆ

ความวิตกกังวลในผู้ป่วยมะเร็งเป็นอาการที่พบบ่อย ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวลเกี่ยวกับอาการ การรักษา หรือความไม่แน่นอนในอนาคต และการกลับเป็นซ้ำ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับรังสีรักษา จากรายงานการศึกษาพบว่าความวิตกกังวลในผู้ป่วยมะเร็งที่กำลังได้รับรังสีรักษา มีความสัมพันธ์ทางลบกับการควบคุมตนเอง ซึ่งผู้ป่วยมะเร็งที่มีความวิตกกังวลมากเกินจะทำให้ความสามารถในการรับรู้และการเรียนรู้ลดลง บิดเบือนความเป็นจริง บุคลิกภาพและความคิดผิดปกติไป

ขณะที่สมองคิดในเรื่องไม่ดี จิตใจก็จะเกิดความวิตกกังวล และร่างกายก็จะทำงานผิดปกติไปด้วย จึงเป็นผลให้เกิดความเจ็บป่วยทางกายได้ คนที่มีความวิตกกังวลเพิ่มขึ้นในขณะที่มีการเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น ป่วยด้วยโรคมะเร็ง มีโอกาสเกิดโรคใหม่มาแทรกซ้อนเพิ่มขึ้นได้ และถ้าความเจ็บป่วยทางกายที่แสดงออกมาเกิดจากช่วงนั้นกำลังมีความวิตกกังวล เมื่อความวิตกกังวลหมดไปความเจ็บป่วยทางกายก็จะหมดไปด้วย หรือค่อยๆ หายไป

เทคนิคการลด หรือกำจัดความกังวล มีหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การใช้ดนตรี การนวด การฝึกสมาธิ รวมไปถึงการออกกำลังกาย และการเล่นโยคะ วันนี้ขอแนะนำท่าโยคะ ที่ช่วยทั้งในเรื่องของร่างกาย และจิตใจ มาดูกันค่ะ ว่ามีอะไรบ้าง (ข้อมูลที่นำมาแนะนำนี้มาจาก ทีมงานผู้ป่วยนอกรังสีรักษา ศูนย์มะเร็งอุดรธานี ที่นำท่าโยคะที่กลุ่มผู้ป่วยหลายวัยสามารถปฏิบัติได้ ช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวล)

  • ท่าภูเขา

ท่าภูเขาช่วยให้รักษาสมดุลของร่างกาย ไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งเป็นการพัฒนาความสอดคล้องในการเคลื่อนไหว หมายถึง การที่เราเหยียด ยืด ร่างกายทัง ๒ ซีกเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นความยาวที่เท่าๆ กัน และมวลที่เท่าๆ กันของร่างกาย

  • ท่านักรบ

ท่านักรบเป็นท่าที่ช่วยคืนความสดชื่น ความผ่อนคลายให้กับขาที่เมื่อยล้า เป็นผลดีต่อระบบย่อยอาหาร ขจัดอาการเครียดที่สะสมไว้ตลอดทั้งวัน และเป็นการยืดเหยียดอวัยวะต่างๆ ในช่องท้อง

  •  ท่าต้นไม้

ความงอกงามจากรากที่หยั่งลึก เป็นการเรียนรู้ที่จะรักษาสมดุล ฝึกการมีสมาธิ กายมั่นคง นำมาซึ่งความตั้งมั่นของจิต เอื้อต่อจิตภาวนา

  • ท่าดอกบัว

ท่านี้เป็นท่านั่งที่มั่นคง ช่วยให้กายตั้งมั่น สำหรับการฝึกสมาธิและฝึกหายใจ และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับข้อเท้า เข่า สะโพก และให้ผลดีกับระบบประสาทที่ขา

  • ท่าบิดตัว

เหมาะสำหรับสร้างความแข็งแรง ความยืดหยุ่นให้กับแนวกระดูกสันหลังตลอดทั้งแนว รวมไปถึงกระดูกคอ

  • ท่างู

ท่านี้ทำให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง เพิ่มความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง ช่วยการไหลเวียนของเลือด โดยเฉพาะบริเวณช่องท้องส่วนบน ช่วยระบบประสาทตามแนวกระดูกสันหลังทำงานได้ดีขึ้น พัฒนากล้ามเนื้อหน้าท้องให้แข็งแรง ระบายลมในช่องท้อง กระตุ้นระบบย่อยอาหาร คลายอาการท้องผูก

  • ท่าจระเข้

ท่านอนคว่ำที่ช่วยผ่อนคลายแบบเดียวกับท่าศพ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการนอนหงาย (ปวดหลัง) ท่าจระเข้สามารถใช้แทนกันได้เป็นอย่างดี

  • ท่าศพ

นอนหงาย เป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อทั่วร่าง ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสู่สมดุล พลังงานได้ถ่ายเทจากจุดที่มีอยู่มากเกินไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ เป็นการผ่อนคลายจิตใจ ทำให้หลับได้ดีขึ้น

เพิ่มเติมสำหรับการฝึกโยคะ

การหายใจแบบโยคะจะช่วยให้ร่างกายได้รับอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น ร่างกายสามารถใช้พลังงานในการนำอากาศบริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกายน้อยลง แต่ได้อากาศบริสุทธิ์มากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆทำงานได้ดีขึ้นลดอัตราเสี่ยงต่อการตายของเซลล์และของเสียที่คั่งตามเนื้อเยื่อก็จะถูกขจัดออกไป

การบริหารร่างกายแบบโยคะมีจุดประสงค์โดยตรงเพื่อเข้าสู่ความผ่อนคลายซึ่งเป็นทางนำไปสู่สมาธิ การมีสติบังคับกล้ามเนื้อให้หดตัวและคลายตัวจะช่วยปลดปล่อยความวิตกกังวลและความเครียดจากจิตใจจึงช่วยลดความเกร็งของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้เพราะความวิตกกังวลและความเครียดทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจมักแสดงออกมาในรูปของความตึงตัวของกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ การบริหารร่างกายแบบโยคะไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ผู้ฝึกโยคะสามารถทำอาสนะได้ทั้งในอาสนะท่านั่ง อาสนะท่ายืน และอาสนะท่านอน เหมาะสำหรับบุคคลทั่วไป ทุกเพศทุกวัย และผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาลก็สามารถบริหารร่างกายแบบโยคะได้เช่นกัน โดยเลือกฝึกในท่าอาสนะที่ไม่มีข้อห้ามต่อตัวผู้ป่วยนั้นๆ

บทความบางส่วนมาจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ : 394, กุมภาพันธ์ 2555, คอลัมน์ : บทความพิเศษ, นักเขียนหมอชาวบ้าน : สุวิญญา ธนสีลังกูล

One comment

  • Thanks for the marvelous posting! I truly enjoyed reading it, you
    will be a great author. I will be sure to bookmark your blog and will
    eventually come back at some point. I want to encourage you continue your great job, have a nice
    day!