อยากตื่นเช้าได้ตลอดไป ทำอย่างไรดี ตอน 2 (จบ)

จากที่ได้เกริ่นไปแล้วในบทความที่แล้ว อยากตื่นเช้าได้ตลอดไป ทำอย่างไรดี ตอน 1 เกี่ยวกับเทคนิคการนอนตื่นเช้า และผลเสียต่างๆ ที่เกิดกับเรา ไม่ว่าจะเป็น การเรียน การงาน สังคม และที่สำคัญคือสุขภาพ วันนี้มาพูดต่อถึง ผลเสียอื่นๆ ที่เราอาจมองข้ามไป และการปรับพฤติกรรม หรือการใช้ชีวิตแบบไหนช่วยได้อีก เพื่อการตื่นเช้าที่ยั่งยืน และส่งผลต่อ คุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ

ช่วงเช้าเป็นช่วงที่บรรยากาศเป็นพิษมากที่สุด โดยเฉพาะในห้องนอน

เนื่องจากห้องปิดทึบ ผ่านอากาศที่เย็นเป็นภาวะยิน ทุกอย่างเก็บสะสมรวมตัว สู่เบื้องล่างไม่ว่าจะเป็นฝุ่น มลพิษ ช่วงเช้าต้องปล่อยให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าไปทำลาย และเปิดหน้าต่างระบายมลพิษต่างๆ ออกจากห้องนอน การนอนหมกอยู่ในห้องนอนที่มีมลพิษช่วงเช้า จะทำให้เกิดภาวะภูมิแพ้ ไอ แพ้อากาศ และเกิดการสะสมมลพิษจากการหายใจได้มาก ยิ่งถ้าห้องนอนสกปรก เหม็นอับ อากาศถ่ายเทไม่ดี แสงแดดเข้าไปถึง ทำให้เกิดอาการไม่สบายบ่อยๆ

คนที่ทำงานมากจนถึงดึกดื่น ควรจะทำอย่างไร

แนะนำให้นอนก่อนเพื่อเก็บพลัง แล้วตื่นนอนแต่เช้ามาทำงาน สมองจะปลอดโปร่งกว่า คนบางคนกินกาแฟกระตุ้นในช่วงกลางคืน ทำให้ตาสว่างทำงานได้ถึงตี 3-4 หารู้ไม่ว่าเวลาดังกล่าว พลังหยางถูกนำมาใช้ ทั้งๆ ที่ยังเก็บสะสมได้ไม่เพียงพอหรือยังไม่ได้สะสมเลย แน่นอนระยะยาวร่างกายต้องเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว

ปัญหาเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญจริงๆ คนเราพยายามเรียนหาความรู้มากมายใส่ตัว เพื่อความเป็นเลิศ แต่ต้องพึงสำนึกว่าแม้จะเก่งยอดเยี่ยมสักปานใด แต่ถ้าสุขภาพไม่ดี หรือมีปัญหาสุขภาพแล้ว เราจะรู้สึกเสียใจและเสียดาย เพราะเวลาที่ผ่านมาในอดีต เราได้ทำลายตัวเราเองตลอด ถึงตอนนั้น เงินทองที่หามาได้อาจไม่สามารถแก้ไขปัญหาสุขภาพที่เสียหายไปมากแล้วกลับคืนมาได้

(ข้อมูลจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ : 389, กันยายน 2554, คอลัมน์ : แพทย์แผนจีน)

late

แล้วเราจะทำอย่างไรดีให้เราสามารถปรับเวลาการใช้ชีวิตของเรา ให้นอนและตื่น และทำกิจกรรมอื่นๆ รวมไปถึงออกกำลังกาย ได้อย่างสมดุล และไม่ไปเบียดเบียนนอน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับเวลาตื่นนอนอีก เพราะปัญหาจะแก้ได้ขาดถ้าเราสามารถ ให้ความสำคัญกับวินัยในการตื่นนอน และ ต้องมีวินัยในการเข้านอน ควบคู่กันไปด้วย เพราะเมื่อคนเราสามารถนอนและ หลับได้ตามจำนวนที่ร่างกายแล้ว เราก็จะตื่นตามเวลาได้เอง โดยไม่ลำบากนัก หรือนาฬิกาปลุกอาจไม่สำคัญเลยก็ได้ เพราะร่างกายจะรู้สึกตัว และก็จะตื่นเองโดยอัตโนมัติ

ต่อไปนี้คือเทคนิคการปรับตัวเพื่อให้มีวินัยในการเข้านอน ที่เขียนโดย คุณ ธิลักษณ์ จากบทความ เทคนิคเลิกตื่นสาย..ชนิดหายขาดชัวร์!! จากการวิเคราะห์พฤติกรรมการตื่นสาย ทั้งของตัวเองและหลายคนที่ได้รู้จักจึงได้เข้าใจ ว่าสาเหตุจริงๆ ของการตื่นสายนั้น ที่จริงมันผิดตั้งแต่การเข้านอนแล้ว จริงไหมล่ะคะ? ลองคิดดูว่า ถ้าคุณลองเข้านอนตอนเย็น ยังไงก็คงตื่นกลางดึกหรืออย่างเก่งก็ตี 3 ตี 4 ถ้าลากยาวกว่านี้ แสดงว่าคืนก่อนไม่ได้นอนมาทั้งคืน

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการตื่นพร้อมนาฬิกาปลุกให้ได้ คือการสร้างคุณภาพของเวลาแห่งการหลับ โดยเริ่มตั้งแต่ต้องรู้จักคำนวณการใช้เวลาของตัวเองในแต่ละวัน ไว้ให้สมดุลกับวิถีชีวิตของตัวเองที่สุด

  • สังเกตตั้งแต่ตัวเองตื่น (จากการได้หลับเต็มที่) เพื่อดุว่าเวลาคุณภาพของการทำงานคือ กี่ชั่วโมงหลังตื่นนอน บางคนอาจ 6, 8 หรือ 12 ชั่วโมง
  • จากนั้นก็ใช้ข้อมูลนั้นในการวางแผนการทำงาน แผนการใช้ชีวิต ให้ครบสัปดาห์ โดยใส่สิ่งที่เราต้องทำและสำคัญเอาไว้ให้ครบ และคอยพยายามปรับให้ได้ตามแผน หรืออาจต้องปรับแผน เพื่อความสมดุล ที่ไม่ตึงและไม่หย่อน
  • 4 ชั่วโมงก่อนนอน ไม่ควรทำอะไรที่ตึงเครียด หรือใช้สมอง หรือไม่ควรทำงานนั่นเอง เพื่อให้สมองได้พักหลังจากทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องทั้งวัน (ถ้าเราไม่พัก ถึงเวลานอนจริงๆ เราอาจจะนอนหลับได้ยาก) ถ้าทำได้ ควรทำสมาธิก่อนนอน เพื่อเคลียร์เรื่องราวต่างๆ ในสมอง ช่วยให้เราหลับได้สนิท และตื่นง่ายยิ่งขึ้น
  • นอนตามเวลา อย่ารอให้ง่วงจัดถึงนอน

จริงๆ แล้วปัญหาการตื่นสาย มีต้นตอมาตั้งแต่ลักษณะการใช้เวลาในช่วงที่ตื่น อย่างขาดความสมดุล และบางสาเหตุหลายคนก็คิดไม่ถึง หรือคิดว่ามันไม่น่าจะเกี่ยว เช่น การลำดับความสำคัญของงานไม่เป็น แบ่งงานไม่เป็น หรือไม่เลือกรับชิ้นงานที่ควรรับจริงๆ เหมาทำคนเดียวหมด ให้เวลากับเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องให้ เรื่องที่ควรให้ก็ไม่ค่อยจะให้เวลา แต่โดยส่วนใหญ่ มักจะเป็นเพราะแบบนี้ค่ะ เวลางาน เอาอย่างอื่นมาเบียดทำหมด (มีสาระบ้างไม่มีบ้าง) เลยต้องเอางานมาเบียดเวลานอน หนักกว่านั้นคือ ได้เวลานอนก็ไม่นอน หาอะไรให้สมองทำงานหนักตลอด จนผลอยหลับอย่างล้าๆ แบบนี้พอถึงเวลาต้องตื่น ก็ตื่นยาก

แต่ถ้าเรารู้จักใช้ 12 ชั่วโมงแรกที่ตื่น ได้อย่างมีคุณภาพ รู้จักวางแผน รู้จักสังเกตตัวเอง ว่าทำอะไรได้ดีในเวลาใดบ้าง
เลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆ เป็นอย่างแรกๆ ของวัน และจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำ (ทีละอย่าง) จนกว่าจะเสร็จเรียบร้อย เราก็จะทำทุกอย่างได้เร็วขึ้นหลายเท่า และมีประสิทธิภาพขึ้นหลายเท่าอีกด้วย 
เมื่อทราบต้นตอของสาเหตุ รวมถึงวิธีการแก้ปัญหาการตื่นสายกันแล้วเช่นนี้ ต่อไปนี้เรามาบริหารเวลาของเรากันใหม่นะคะ เริ่มที่วันนี้เลยดีที่สุด อย่ารอค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดี และวิถีชีวิตที่ดีขึ้นของเราทุกคนค่ะ