อยากตื่นเช้าได้ตลอดไป ทำอย่างไรดี ตอน 1

สำหรับการนอนตื่นสาย คงเป็นปัญหาที่ใครหลายๆคน เจอแน่ๆ และแน่นอนการตื่นสายนั้น มีผลกับชีวิตเราแน่ๆ ไม่ว่าจะไปทำงานสาย ไปคุยงานกับลูกค้าไม่ทัน ไปเรียนไม่ทัน เรียนไม่รู้เรื่องเพราะยังงัวเงียอยู่ นอกจากปัญหาในชีวิตที่กล่าวมาแล้ว นอนตื่นสายยังส่งผลกับสุขภาพด้วย ยิ่งถ้าตื่นช้ากว่า 9 โมงเช้านี่ ส่งผลหลายอย่างเลยทีเดียว เพราะอะไร เพราะเราจะอดทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อสำคัญของเรานั่นเอง

อ่านเจอเทคนิคแก้การนอนตื่นสาย หลายวิธีเลย เช่น

  • เปลี่ยนเวลานอนให้เร็วขึ้น เพื่อที่จะตื่นได้ตามเวลาที่เราต้องการในตอนเช้า
  • วางนาฬิกาปลุกไว้ไกลๆ จะได้ลุกไปปิด ก็จะช่วยให้หายห่วงได้
  • หลังจากตื่นนอนแล้วให้ออกจากห้องนอนทันที
  • กำหนดงานสำคัญๆ ให้ต้องทำในช่วงเช้า เพื่อจะได้ตื่นเร็ว
  • สร้างแรงบันดาลใจ และพูดกับตัวเองถึงข้อดี ของการตื่นเช้า
  • และอื่นๆ อีกหลายเทคนิค

27722_full

และก็ได้พบบทความหนึ่งที่เขียนเกี่ยวกับการเลิกนิสัยนอนตื่นสายมาตื่นเช้าว่าเป็นการทำความเข้าใจเกี่ยวกับ หลักการทำงานของสมองและจิตใต้สำนึก เป็นบทความเรื่อง ทำอย่างไรจึงจะตื่นเช้าได้เสียที!?! ของคุณ ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร เขียนได้น่าสนใจเกี่ยวกับ เทคนิคการซ้อมตื่น และเหตุผลที่เราไม่ประสบความสำเร็จกับการตื่นตามเวลาที่ต้องการนั้นเป็นเพราะ “เรากำลังใช้จิตสำนึกต่อสู้กับจิตใต้สำนึกอยู่ ซึ่งไม่มีวันจะชนะไปได้เลย เพราะตอนตื่นนอนเป็นตอนที่จิตใต้สำนึกมีพลังมากที่สุด การบังคับตัวเองให้ลุกตอนตื่น จึงไม่ต่างกับการกระโดดน้ำลงไปต่อยกับฉลามแล้วหวังจะชนะ!” ฉะนั้นวิธีการ ที่ถูกต้องคือการเรียนรู้ที่จะเปลี่ยนสิ่งที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ไม่ใช้การพยายามเอาจิตสำนึกไปควบคุมมัน

และนี่คือวิธีการซ้อมตื่น

  1. หาเวลาช่วงเวลาสักยี่สิบนาทีตอนเย็นๆ หรือพลบค่ำ หรี่ไฟห้องนอนให้มืดสลัว และสร้างบรรยากาศให้เหมือนตอนที่เราเพิ่งตื่นนอน
  2. ทำเป็นเหมือนจะนอนหลับ นอนห่มผ้า (ถ้าสวมชุดนอนได้ยิ่งดี) จากนั้นจึงตั้งนาฬิกาให้ปลุกภายในเวลา 5 นาทีต่อมา
  3. ทำใจให้สบาย นอนผ่อนคลาย ไม่ต้องไปคิดถึงนาฬิกาปลุก
  4. เมื่อนาฬิกาปลุกดัง ให้เหยียดแขนขาออกยาวๆ บิดขี้เกียจหนึ่งที หายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง จากนั้นให้กระชากผ้าห่มออก และกระเด้งขึ้นไปล้างหน้า ทันทีเหมือนโดนไฟลนก้น! ไม่ต้องคิด ทำเลย เพราะถ้าคิดเราจะไม่ได้ทำ และขอย้ำว่าให้เดินไปล้างหน้าก่อนปิดนาฬิกา เพราะเมื่อล้างแล้วเราจะตื่นอย่างแท้จริง และเมื่อตื่นแล้วจิตสำนึกจะเข้ามาควบคุมชีวิตเราแทนจิตใต้สำนึกทันที
  5. เดินไปปิดนาฬิกาปลุก และ… ยินดีด้วยที่เราเพิ่ง ได้เรียนรู้วิธีตื่นเช้า ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในโลก
  6. ขอให้ฝึกอย่างนี้สัก 2-3 รอบ

หลายคนที่ได้ทดลองทำสำเร็จมาแล้ว แต่ก็มีหลายคนที่ไม่ทำนั่นเพราะ

  1. กลัวเสียเวลา : ทั้งๆที่ เวลายี่สิบนาทีที่ฝึก จะช่วยเพิ่มเวลาให้เราได้ วันนึงก็อย่างน้อย 1 ชั่วโมง
    และถ้าทำอย่างสม่ำเสมอ ในหนึ่งปีเราจะได้ชั่วโมงเพิ่มมา 360 ชั่วโมง ซึ่งคิดเป็นเวลา 15 วันเต็มๆ เลยทีเดียว (มาคิดดูมีแต่ได้กับได้นะ)
  2. กลัวดูเหมือนคนบ้า (ทั้งที่ไม่มีคนเห็น) : คือกลัวว่าการลุกๆ นอนๆ ตอนเย็น 2-3 รอบติดกัน จะทำให้ตัวเองดูเหมือนคนเสียสติ

แล้วผู้เขียนก็ทิ้งท้ายไว้แบบนี้ : ผมว่าคนที่ฝึกวิธีที่ถูกต้อง จนพัฒนาตนเองสำเร็จนั่นแหละ คือคนที่มีสติดี ส่วนคนที่นอนกินตะวันทั้งปี แล้วตีอกชกหัวตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นวัฏจักรชีวิตต่างหาก ที่ดูเหมือนคน “บ้า” อย่างแท้จริง …

รู้เทคนิคการฝึกนอนตื่นเร็วแล้ว คราวนี้มาดูผลเสียของการตื่นสายที่เกิดกับร่างกายเรากันบ้างนะคะ (ข้อมูลจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่มที่ : 389, กันยายน 2554, คอลัมน์ : แพทย์แผนจีน)

  • ในช่วงเช้า 5:00 – 7:00 รุ่งอรุณ ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ฟ้าเริ่มสว่าง ประตูแห่งดินได้เปิดขึ้น ร่างกายมนุษย์มีรูทวารหนัก เสมือนประตูแห่งดินก็จะเปิดเช่นกัน (ลำไส้ใหญ่พร้อมจะบีบตัวเพื่อขับของเสียที่ผ่านการทำลายของตับมาแล้ว ขจัดออกจากร่างกายทางการขับอุจจาระและปัสสาวะ)
  • วัฏจักรของการทำงานรอบใหม่ ความจริงเริ่มต้นตั้งแต่ช่วง 3:00 – 5:00 ซึ่งเป็นช่วงที่พลังร่างกายกำลังผันแปรจากการสะสมที่หยุดนิ่ง สู่การเคลื่อนไหวกระจายพลังไปยังอวัยวะต่างๆ ซึ่งตรงกับการทำงานของอวัยวะปอดนั่นเอง
  • การตื่นสายโดยเฉพาะหลัง 9:00 จนถึงเที่ยงหรือบ่าย บางคนเข้าใจผิด มองว่าทำให้มีการพักผ่อนเต็มที่ชดเชยการพักผ่อนไม่เพียงพอในวันก่อนๆ ไม่ต้องกินอาหารมื้อเช้า เท่ากับเป็นการลดน้ำหนักไปในตัว ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดอย่างมาก
  • ขาดการกินอาหารมื้อเช้า ซึ่งเป็นอาหารมื้อหลัก อาหารมื้อเช้ามีความสำคัญที่สุด ด้านหนึ่งพลังลมปราณของกระเพาะอาหารสูงสุด อาหารมื้อเช้าสามารถย่อยและดูดซึมได้ดีที่สุด และจะส่งต่อไปหล่อเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ในเวลาถัดมาเป็นกระบวนการต่อเนื่อง ถ้าเปรียบร่างกายเป็นเสมือนโรงงานผลิตสินค้า การพัฒนาเติบโตของกิจการไปข้างหน้าของโรงงานต้องอาศัยการป้อนวัตถุดิบ และผ่านกระบวนการผลิตจนได้สินค้าออกจำหน่าย เพื่อเกิดรายได้มาหล่อเลี้ยงคนงาน  และทุกภาคส่วนของโรงงาน กระเพาะอาหาร คือ เครื่องจักรในการรับวัตถุดิบเพื่อนำไปแปรสภาพเป็นทุกๆ อย่าง ทุกแผนกของโรงงานถ้าถึงเวลาที่เครื่องจักรเริ่มทำงานแล้ว ไม่มีวัตถุดิบป้อนเข้าไปก็จะกระทบกับแผนกงานต่างๆ กระทั่งรายได้ของโรงงาน และความดำรงอยู่ของโรงงาน นานๆ เข้าก็คือโรงงานจะอยู่ไม่ได้
  • การกินอาหารในช่วงเวลา 7:00 – 9:00 ร่างกายนอกจากจะย่อยดูดซึมดีแล้ว ยังส่งไปหล่อเลี้ยงเครื่องจักรหรืออวัยวะต่างๆ ให้ทำงานได้ดีด้วย พลังงานที่ใช้เงินทุนหมุนเวียน หรือสภาพคล่องก็จะดี อาหารตกค้างหรือสะสมจึงมีน้อยและโอกาสที่ทำให้เกิดโรคอ้วนก็มีน้อยเช่นกัน ในทางตรงข้ามถ้าไปกินมื้อดึกเป็นมื้อหนักโดยเฉพาะหลังเที่ยงคืน ด้านหนึ่งร่างกายจะย่อยดูดซึมอาหารไม่ดี อีกด้านหนึ่งอวัยวะต่างๆ ต้องการพักผ่อนไม่ต้องการพลังงาน จึงเกิดการตกค้างของอาหาร และพลังที่เหลือใช้ก็จะถูกสะสมในร่างกาย เป็นความชื้น เสมหะ หรือไขมันใต้ผิวหนัง นำมาซึ่งโรคอ้วน

แล้วบทความต่อไป อยากตื่นเช้าได้ตลอดไป ทำอย่างไรดี ตอน 2 (จบ) เรามาดูกันนะคะว่า ผลเสียอื่นๆ มีอะไรอีก แล้วเราจะปรับพฤติกรรม หรือการใช้ชีวิตแบบไหนช่วยได้อีก เพื่อการตื่นเช้าที่ยั่งยืน และส่งผลต่อ คุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ