10 ขั้นตอนการแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ

เราทุกคนนั้นต่างได้เจอปัญหาที่เข้ามาในชีวิต หรือ ได้รับมอบหมายงานใหญ่ และยากจากการเรียนหรือจากการทำงาน 
เราอาจมีไอเดียและไฟแรง ในตอนแรกที่เจอปัญหา หรือได้รับงานชิ้นหินนั้นมา 
แต่พอเมื่อเวลาผ่านไป ยิ่งถึงเวลาที่ต้องแก้ไขปัญหา หรือถึงกำหนดเวลาส่งงานชิ้นนั้น เรายิ่งรู้สึกถูกกดันจากเวลา ตัวบุคคล และเนื้องาน ที่ได้ถาโถมเข้ามา


ทำให้เราต้องสักแต่ว่าทำ หรืออาจแม้ไม่ได้ทำอะไรเลย กับปัญหาหรืองานชิ้นนั้น 
มันจะไม่ดีกว่าหรือ ที่เราจะรับมือกับปัญหาหรืองานหินชิ้นนั้นอย่างเนิ่นๆ 
เรามาลองดู 10 ขั้นตอนการแก้ไขปัญหา หรือ ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ ไบรอัน เทรซี่ Brian Tracy นักเขียนระดับโลกได้แนะนำว่าอย่างไรบ้าง

titerope

1) Change Your Language About the Problem From Negative to Positive

เปลี่ยนวิธีการเรียกปัญหาของคุณเป็นทางบวกซะ 
แทนที่จะเรียกปัญหานั้นตรงๆ ให้เรียกปัญหานั้นเป็นสถานการณ์, ความท้าทายหรือโอกาส

2) Define the Situation or Problem Clearly

ระบุสถานการณ์ของปัญหานั้นๆ ได้อย่างชัดเจน
 อะไรคือสิ่งที่ท้าทายคุณกำลังเจอจริงๆ? อะไรที่ทำให้คุณเครียดและวิตกกังวล? อะไรที่กำลังทำให้คุณกลุ้มใจ? ทำไมคุณถึงไม่มีความสุขล่ะ? 
เขียนมันออกมา ให้ละเอียดและชัดเจน

3) Use Critical Thinking to Approach the Problem From Several Different Directions

ใช้ความคิดเชิงเชิงวิเคราะห์ในหลายๆ ด้าน เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด
ถามตนเองว่า อะไรอีกล่ะที่เป็นปัญหา? อย่าสักแต่ตอบคำถามนั้น ให้มองเข้าไปที่ต้นเหตุของปัญหา แทนที่จะออกนอกประเด็น

4) Clearly Define the Ideal Solution to the Problem

ระบุวิธีแก้ปัญหาที่คิดไว้ในใจให้ชัดเจนที่จะแก้ปัญหานั้นๆ อะไรจริงๆ แล้วที่วิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวที่ต้องทำให้ได้? องค์ประกอบอะไรที่การแก้ปัญหาดังกล่าวต้องมี? การแก้ไขปัญหาที่คุณคิดไว้ในใจนั้นมีลักษณะอย่างไร?
 ให้คุณระบุปัจจัยดังกล่าวให้ชัดเจน

5) Pick the Best Solution to Solve Your Challenge

เลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดเพื่อรับมือกับความท้าทายของคุณ เลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดโดยเปรียบเทียบวิธีการแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ของคุณกับปัญหาของคุณ โดยเทียบวิธีการแก้ปัญหาที่คุณมีไว้ในใจกับวิธีการแก้ปัญหาอื่นๆ อะไรเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรทำในเวลานี้ภายใต้ในสถานการณ์ดังกล่าว?

6) Prepare For the Worst Possible Outcome and How to Overcome it.

เตรียมรับมือกับผลที่แย่ที่สุดที่อาจเกิดขึ้น ว่าคุณจะจัดการรับมือกับมันอย่างไร ก่อนที่คุณตัดสินใจที่แก้ปัญหาให้ถามตนเองว่า “อะไรคือที่สิ่งที่แย่ที่สุดที่เป็นไปได้นั้นสามารถเกิดขึ้น? 
ถ้าวิธีการแก้ปัญหาของคุณดังกล่าวไม่ได้ผลให้คุณทำใจรับผลที่เกิดนั้นซะ และลองใช้วิธีอื่น

7) Measure Your Progress

ประเมินผลการแก้ปัญหาของคุณ ประเมินผลในการตัดสินใจแก้ปัญหาของคุณ คุณจะรู้ได้ว่าการแก้ไขปัญหาของคุณนั้นได้ผลคืบหน้าแค่ไหน? 
คุณจะวัดความสำเร็จของวิธีการแก้ปัญหาคุณนั้นอย่างไร? 
คุณจะเปรียบเทียบความสำเร็จของวิธีการแก้ปัญหาคุณ กับความสำเร็จของวิธีการแก้ปัญหาอื่นได้อย่างไร?

8) Take Complete Responsibility for Your Decision

รับผิดชอบในการลงมือแก้ปัญหาของคุณจนเสร็จสิ้น มีความคิดที่ริเริ่มจำนวนมากไม่เคยได้ทำให้สำเร็จ เพราะไม่มีใครที่รับผิดชอบหน้าที่ในการตัดสินใจ ในการแก้ปัญหาดังกล่าวให้สำเร็จ

9) Set a Deadline for When Things Should Be Solved

กำหนดระยะเวลาเลยว่าเมื่อไรสิ่งนั้นควรแก้ไขหรือทำให้สำเร็จ การตัดสินใจที่ปราศจากระยะเวลากำหนดที่ตายตัวเป็นการตัดสินใจที่ไร้ความหมาย 
ถ้ามันเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและจะต้องใช้ระยะเวลาที่ลงมือทำ ให้แบ่งเป็นระยะเวลาช่วงสั้นๆหลายๆช่วง และกำหนดระยะเวลาที่รายงานผลที่เกิดขึ้น ด้วย
การกำหนดระยะเวลาที่เสร็จหลักและแบ่งออกเป็นชุดย่อยๆนั้น คุณจะรู้ได้ทันทีเลยว่าคุณนั้นได้ทำเป็นไปตามแผน หรือทำล่าช้ากว่าที่กำหนดระยะเวลาไว้ 
คุณสามารถใช้การคิดเชิงวิเคราะห์ เพื่อแก้ปัญหาการทำงานที่กระจุกตัว หรือ ได้ทางตันในงานชิ้นนั้น

10) Take action and Solve Your Problem!

ลงมือทำและแก้ไขปัญหาของคุณซะ ยิ่งคุณไปในทิศทางเป้าหมายคุณที่ได้ตั้งไว้ชัดเจนแล้วได้ยิ่งเร็วเท่าไรคุณก็ยิ่งมีความคิดต่อยอดได้มากขึ้นเท่านั้น 
คุณก็จะยิ่งมีพลังและเรียนรู้ได้มากขึ้น และคุณก็จะยิ่งพัฒนาความสามารถของคุณที่จะทำให้สิ่งต่างๆ สำเร็จได้เร็วมากขึ้นในอนาคต

สรุป

คุณสามารถแก้ปัญหาอะไรก็ได้, ชนะอุปสรรคอะไรก็ตามหรือบรรลุทุกเป้าหมายที่คุณได้ตั้งไว้สำหรับคุณเองโดยใช้ความคิดริเริ่มและลงมือทำอย่างต่อเนื่อง และ มุมานะจนกระทั่งคุณได้ไปถึงเป้าหมายของคุณ 
ความสำเร็จเป็นเครื่องหมายของนักคิดที่ริเริ่ม และ เมื่อไรที่คุณใช้ความสามารถของคุณที่คิดอย่างสร้างสรรค์แล้วความสำเร็จของคุณก็จะไม่มีขอบเขตจำกัดอีกต่อไป

ที่มา : enjoyenglishclub.com