ว่ากันด้วยเรื่องของ เมล็ดกาแฟสด

อ่านเจอบทความน่าสนใจ เกี่ยวกับคุณค่าในตัวคนเรา และการทำใจเมื่อเจอกับปัญหา เรื่อง เมล็ดกาแฟสด ที่ท่าน ชยสาโรภิกขุ เขียนไว้แล้ว อยากแชร์ให้ทุกคนอ่าน จึงนำมาแชร์ที่นี่ มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

coffee-beans

อาตมาก็ขอเล่านิทานให้ฟังนิทานฝรั่งเรื่อง … พ่อครัวเจ้าปัญญา ลูกสาวเจ้าทุกข์

ลูกสาวพ่อครัวคนนี้ทุกข์ตลอดเวลา ทุกข์กับคนนั้น ทุกข์กับคนนี้ … อยู่ที่โรงเรียนก็ทุกข์ อยู่ที่บ้านก็ทุกข์ ทุกข์ง่ายสุขยาก … อะไรที่จะเป็นทุกข์ได้ … ก็อยากจะเป็นทุกข์กับเรื่องนั้น

พ่อก็เป็นห่วงลูกเพราะลูกมาปรับทุกข์กับคุณพ่อ ฟังแล้วก็น่าสงสาร … พ่อคิดว่าจะสอนลูกอย่างไรดี

พอคิดได้ก็พาลูกเข้าไปในห้องครัว … เอาหม้อมา 3 ใบ, ใส่น้ำไว้แล้วก็ตั้งไฟทั้ง 3 ใบ … รอให้น้ำเดือดพอหม้อตั้งไว้ดีแล้ว ก็เอาของออกจากตู้ มีแครอท 1 หัว, ไข่ไก่ 1 ฟอง และเมล็ดกาแฟสดจำนวนหนึ่ง

พอน้ำเดือดก็เอาแครอทใส่ลงไปในหม้อที่ 1, ใส่ไข่ไก่ลงไปในหม้อที่ 2 และใส่เมล็ดกาแฟสดลงไปในหม้อที่ 3 … แล้วก็ปล่อยให้เดือดพล่านสักหน่อย พอเสร็จก็เอาแครอท ไข่ไก่ และเมล็ดกาแฟสดออกมา

พ่อชี้ให้ลูกเห็น … ดูสิลูก ธรรมชาติของของต่างๆ มันไม่เหมือนกัน … เดิมทีแครอทเป็นผักที่แข็ง แต่พอเจอน้ำเดือดกลายเป็นของอ่อนปวกเปียก … ส่วนไข่ไก่เดิมเป็นของแตกง่ายข้างในอ่อน … แต่พออยู่ในน้ำเดือดนานๆ มันกลายเป็นของแข็งเลย … ส่วนเมล็ดกาแฟสดนั้นใส่ลงไปในน้ำอย่างไร เอาออกมาก็อย่างนั้น … มันไม่เปลี่ยน … ยังรักษาความเป็นเมล็ดกาแฟของมันไว้ แต่กลายเป็นน้ำต่างหากที่เปลี่ยนเปลี่ยน เป็นน้ำมีรสและกลิ่นหอม

จิตใจของมนุษย์ก็เหมือนกันนะลูก … พอมีการขยายความ บางคนดูแข็งแกร่ง แต่พอเจอความทุกข์ ซึ่งเปรียบเหมือนน้ำร้อนก็หมดกำลังใจ, อ่อนปวกเปียกเหมือนแครอท … บางคนเริ่มต้นอ่อนไหว เปราะบาง พอเจอปัญหา เจอความทุกข์ ก็เปลี่ยนเป็นคนแข็งกระด้าง ขึงขัง ตึงเครียด เหมือนไข่ไก่ที่ต้มน้ำแล้ว … แต่บางคนเหมือนเมล็ดกาแฟ … พอเจอน้ำร้อนก็ไม่เปลี่ยนสภาพความเป็นเมล็ดกาแฟ และยังสามารถปล่อยรสชาติเข้าไปในน้ำได้ ทำให้น้ำนั้นเปลี่ยนเป็นน้ำที่มีรสน่าดื่ม น้ำที่หอม ส่วนตัวเมล็ดกาแฟนั้นก็เหมือนเดิม

ให้ลูกคิดดีๆ ว่า ต้องการเป็นคนแบบไหน … ต้องการเป็นคน แบบแครอทไหม … หรือจะเป็นคน แบบไข่ไก่ … หรือจะเป็นคน แบบกาแฟสดดี … ลูกก็ยอมรับว่าเหมือนกาแฟสดนั้นดี

พ่อบอกต่อไปว่า คนเราจะอยู่ในโลกที่ไม่มีปัญหานั้นอย่าไปหวังเลย … เหมือนกับจะหวังให้ทะเลไม่มีคลื่น … ทะเลนั้นมันต้องมีคลื่น ชีวิตนั้นก็ต้องมีปัญหา โลกต้องมีโลกธรรม สรรเสริญอยู่ที่ไหน … นินทาก็อยู่ที่นั่น ลาภอยู่ที่ไหน เสื่อมลาภก็อยู่ที่นั่น … อย่าไปหวังจะเอาแต่กำไรคือลาภ ยศ สรรเสริญ สุข แต่อย่างเดียวโดยไม่ต้องขาดทุนเลย … ถ้าคิดอย่างนี้เจอทุกข์แน่ๆ

เมื่อเรามีพระพุทธ, พระธรรม, พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง เอาหลักธรรมะไปใช้อย่างพอเหมาะพอดีในทุกด้านของชีวิต ทั้งด้านความสัมพันธ์กับโลกวัตถุ ด้านความสัมพันธ์กับโลกมนุษย์ ในด้านจิตใจ, ด้านปัญญา ทำให้เป็นองค์รวม บูรณาการไปพร้อมๆ กัน

จะเจอน้ำเดือดก็ไม่กลัว เพราะตัวเองเหมือนเมล็ดกาแฟ … เจอแล้วก็ยังสามารถทำให้น้ำเดือดนั้น เป็นน้ำมีกลิ่นหอมเป็นน้ำกาแฟได้ … ไม่กลัวว่าความเข้มแข็งจะหมด หรือกลับกลายเป็นความอ่อนแอปวกเปียก, ไม่กลัวว่าความอ่อนจะกลายเป็นความขึงขัง ตึงเครียด ไม่กลัวแล้วและพร้อมที่จะรับกับเหตุการณ์ กับสถานการณ์ทุกอย่าง เพราะมีคุณสมบัติอยู่ในใจ มีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่ในใจ

ที่มา : จากหนังสือ Why ไหว้ – ชยสาโรภิกขุ หน้าที่ 63-65