การดื่มน้ำให้เกิดประโยชน์

“น้ำดื่ม” เรื่องดีๆ มีประโยชน์ วันนี้เรามาทบทวนเรื่องการดื่มนำ้ที่ถูกต้องกัน คำว่า ”ดื่มน้ำมากๆ” ทำให้ความเข้าใจในเรื่องวิธีการดื่มน้ำคลาดเคลื่อน ไปจากระบบการบริหารน้ำในร่างกายที่คล้อยตามธรรมชาติ ซึ่งธรรมชาติของร่างกายคนเรา ต้องการความเป็นด่างจากน้ำเข้าไปสมดุลกับความเป็นกรด ที่เกิดจากการเผาผลาญในร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะอธิบายได้ดังนี้

shutterstock_146471507

  1. ในร่างกายน้ำที่ใช้ไปแล้ว จะมีสภาพเป็นกรด แต่ธรรมชาติของน้ำ มีสภาพ เป็นด่าง (น้ำกระด้าง)
  2. การดื่มครั้งเดียวจำนวน มากๆ ร่างกายรักษาน้ำได้เพียงจำนวนหนึ่ง ส่วนที่เกินร่างกายก็ต้องระบายน้ำออกจากร่างกาย หากดื่มลักษณะนี้เป็นประจำ ร่างกายก็จะระบายน้ำจนเกิดภาวะขาดน้ำ ดังนั้น ค่อยๆ จิบที่ละนิด ดีกว่า
  3. การดื่มน้ำหลังอาหาร เป็นจำนวนมาก หรือดื่มน้ำ ระหว่างอาหาร ที่เรียกว่า ”ข้าวคำน้ำคำ” จะเป็นการเจือจางน้ำย่อย ที่มีสภาพเป็นกรดด้วยสภาพด่างของน้ำ จึงเป็นการลดประสิทธิภาพในการย่อย อาหารที่กินเข้าไปจึงเน่าเสีย เกิดเป็นแก๊สพิษ ยิ่งถ้าคนที่ทานผลไม้หลังอาหารแทนที่จะทานก่อนอาหาร เนื้อสัตว์ที่ย่อยยากกว่าจะขวางผลไม้ที่ย่อยง่ายกว่าให้เน่าเสียอยู่นาน ซึ่งเป็นต้นเหตุของภาวะเจ็บป่วยมากมาย
  4. ทุกครั้งที่ร่างกายระบายน้ำออกจากร่างกาย ทั้งไอน้ำที่ระเหยออกทางปาก เหงื่อที่ระบายออก ตามผิวหนัง ปัสสาวะ และอุจจาระ รวมถึงสารคัดหลั่งต่างๆ ร่างกายจะสูญเสียสภาพด่าง ในรูปแร่ธาตุไปด้วยเสมอ จึงจำเป็นจะต้องดื่มน้ำ ซึ่งมีสภาพด่างชดเชยอย่างต่อเนื่องหรือทานอาหารที่เป็นด่างบ้าง
  5. ขณะที่เรานอน ตอนกลางคืน ซึ่งใช้เวลานอน 6-8 ชั่วโมงร่างกายจำเป็นต้อง ใช้ความเป็นด่างของน้ำในการรวบรวมกรดในร่างกาย เพื่อจะระบายออกในวันรุ่งขึ้น จึงจำเป็นจะต้องดื่มน้ำก่อนเข้านอน รวมทั้งเวลาก่อนเข้านอนตามนาฬิกาชีวิตเป็นช่วงเวลาที่ถุงน้ำดีทำงาน ถ้าดื่มน้ำน้อย น้ำดีจะข้นทำให้มีโอกาสเป็นนิ่วในถุงน้ำดีมากขึ้น และเป็นช่วงเวลาปรับสมดุลความร้อน
  6. ระบบขับถ่ายจำเป็นต้อง อาศัยน้ำ ในการลำเลียงมวล อุจจาระ จึงจำเป็นต้องดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอน และควรดื่มจำนวนมากพอเพราะร่างกายขาดน้ำมาทั้งคืน น้ำที่ดื่มควรเป็นน้ำอุ่น

การดื่มน้ำให้สมดุลก็เป็นเรื่องง่ายๆ ดังนี้

  1. ดื่มน้ำเมื่อตื่นนอน ช่วงหกโมงเช้า 1-3 แก้ว
  2. ดื่มน้ำอย่างมากที่สุด ไม่เกิน ครึ่งแก้วหลังมื้ออาหาร
  3. ดื่มน้ำชั่วโมงละครึ่งแก้ว เว้นก่อนอาหารครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง
  4. หากกินอาหารที่ เป็นกรดสูง ให้ดื่มน้ำขิง หรือน้ำอุ่น เข้าไปช่วยย่อย
  5. ดื่มน้ำก่อนเข้านอนในช่วง 21:00 น
  6. หลังปัสสาวะ ต้องดื่มน้ำ ครึ่งแก้ว เข้าไปชดเชยเสมอ

เทคนิคเพื่อสุขภาพ

  • ดื่มน้ำชั่วโมงละครึ่งแก้วให้เป็นนิสัย รักษาสมดุลสุขภาพได้ตลอดไป
  • ดื่มน้ำน้อยทำให้กระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทเนื่องจากระหว่างกระดูกแต่ละชิ้นต้องมีนำ้หล่อเลี้ยงกั้นกลาง ถ้าดื่มนำ้น้อยก็ขาดนำ้ที่จะไปสร้างนำหล่อเลี้ยง กระดูกจึงมาใกล้กันมากขึ้น
  • ดื่มนำ้น้อยจะแก่เร็ว เพราะร่างกายจะจัดสรรนำ้ ให้สมองเป็นอันดับแรก อันดับต่อมาคืดปอด ต่อไปคือตับและไตเพื่อขับถ่ายของเสีย อวัยวะลำดับท้ายๆ คือกล้ามเนื้อและกระดูก ส่วนที่อยู่ในตำแหน่งรั้งท้ายคือผิวหนัง ด้วยเหตุนี้สัญญาณแห่งความแก่จึงปรากฎบนผิวก่อนเป็นอันดับแรก
  • ความเจ็บป่วยเรื้อรังต่างๆ รวมทั้งมะเร็งมีสาเหตุมาจาก cell ในร่างกายขาดนำ้เป็นเวลานาน ทำให้เลือดหนืดไหลเวียนไม่ดี จึงไม่สามารถสร้าง cell ใหม่แทน cell เก่าได้เต็มที่
  • นำ้ที่กล่าวมาทั้งหมดหมายถึงน้ำเปล่าไม่ใส่สารปรุงแต่งโดยเฉพาะรสหวาน
  • หลีกเลี่ยงนำ้เย็นจัดหลังอาหารโดยเฉพาะอาหารมื้อหนักและอาหารมันๆ เพราะทำให้หัวใจวายได้
  • การดื่มนำ้เย็นจัดเหมือนแก้ร้อนใจได้ก็จริง แต่จะทำให้ร่างกายร้อนใน
  • ดื่มให้ถูกชนิดคือ นำ้ใดที่ถูกกับร่างกายแต่ละคนดื่มแล้วร่างกายรู้สึกสบายดับกระหายได้ เช่น ดื่มนำ้อุ่นๆ 2-3 แก้วตอนตื่นนอน ก็ยังรู้สึกกระหาย ปากแห้ง พอผสมนำ้แร่เข้าไปด้วยรู้สึกปากหายแห้ง แต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องลองสังเกตุดู และแม้แต่คนเดียวกัน แต่เวลาเปลี่ยนไปก็ไม่เหมือนกัน บางครั้งดื่มน้ำเปล่าแล้วดี บางครั้งดื่มน้ำแร่แล้วดี ดังนั้นสังเกตุตัวเราเอง เพื่อสุขภาพที่ดีกันนะคะ

การดื่มน้ำเปล่าน้อยเกินไปมีผลทำให้เกิดโรคหลายชนิด เช่น

  1. ความดันสูง หรือหัวใจเต้นเร็ว เพราะเมื่อนำ้น้อย เลือดจะหนืดไหลเวียนไม่สะดวก ร่างกายจึงพยายามให้เลือดไหลเวียนไปอวัยวะสำคัญให้พอ ด้วยการที่หัวใจทำงานหนักขึ้นคือเต้นเร็วขึ้น และส่งแรงดันมากขึ้น ความดันจึงสูงขึ้น
  2. เวียนศีรษะ เพราะเลือดไป เลี้ยงไม่พอ
  3. ปวดขา เป็นตะคริวตอนดึก ก็เพราะกล้ามเนื้อยึดหยุ่นได้ไม่ดีเนื่องจากปริมาณน้ำในเลือดลดลง
  4. ภูมิแพ้ ถ้าดื่มน้ำมากขึ้นร่างกายจะหลั่งสารฮีสตามีนที่ทำให้เกิดภูมิแพ้น้อยลง
  5. มะเร็ง เพราะขาดน้ำที่จะใช้ขับสารพิษจากเซลล์ พิษจึงสะสมคั่งค้าง การดื่มนำ้ให้เพียงพอจึงเป็นสิ่งจำเป็นในการป้องกันการกลับมาเป็นมะเร็ง
  6. ตาแห้ง โดยเฉพาะคนที่อยู่หน้าจอเป็นประจำ ปัญหาตาแห้งมักอยู่ที่ร่างกายขาดน้ำ มากกว่าอยู่ที่ตาแห้งอย่างเดียว ถ้าตาแห้งให้ดื่มนำ้ 2-3 แก้วแล้วหลับตาซักครู่จะดีกว่าหยอดตาเพราะการหยอดตาแก้ได้เฉพาะที่ตาอย่างเดียว

การสังเกตว่าน้ำชนิดใดเหมาะกับร่างกายเราหรือไม่นอกจากดูว่าดับกระหายได้มั้ย ยังสังเกตได้จากการที่ว่าน้ำนั้นถูกซึมซับไว้ใช้ประโยชน์ได้นานมั้ย ถ้าดื่มเข้าไปไม่นานก็ปัสสาวะทิ้งแสดงว่าน้ำไม่สามารถถูกดูดซึมนำมาใช้ได้ดีนัก คือผ่านเข้าไปแล้วแป๊ปเดียวออกมาเลย ถ้าน้ำนั้นเหมาะสมที่ร่างกายจะนำไปใช้ได้น้ำจะอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานก่อนที่จะขับออก