9 สัญญาณ ของการประสบความสำเร็จในชีวิต ของ Jeff Haden

ในชีวิตของทุกคน การประสบความสำเร็จในชีวิตมักมาได้ในหลากหลายหนทาง ไม่ว่าเราจะเป็นใคร ถ้าเรามีความพยายาม ตั้งใจ เชื่อในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ทุ่มเทให้กับมัน ทั้งแรงกาย แรงใจ และที่สำคัญคือ ยอมที่จะแลกทุกอย่างมาเพื่อความฝันนั้น เชื่อว่าไม่นานนัก ชีวิตที่ประสบความสำเร็จ ก็จะเข้าจู่โจมตัวเราในไม่ช้า

และนี่เองทำให้เชื่อว่า การประสบความสำเร็จมักเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน และดิ้นรนจะไปถึงมันให้ได้ เพราะการประสบความสำเร็จในชีวิตไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมของตัวเราเอง สิ่งที่เราทำทุกวัน จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิต หรือกำลังดิ่งลงเหว วันนี้จึงได้ขอหยิบ 9 สัญญาณ ที่บ่งบอกว่าเรากำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างพิเศษ ของ Jeff Haden มาฝากกัน โดยเขาคนนี้ คือนักเขียนหนังสือแนวธุรกิจชั้นนำของโลก เขาได้แต่งหนังสือเกี่ยวกับทางด้านธุรกิจออกมาแล้วมากกว่า 50 เล่ม อีกทั้งยังนั่งแท่น เป็นผู้เขียนคอลัมน์ให้เว็บไซต์ธุรกิจชื่อดังอีกต่างหาก มาดูกันเลยว่าเรามีข้อไหนบ้าง ไม่แน่ เราอาจกำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิตแบบไม่รู้ตัวก็ได้นะ

7-Steps-To-Blogging-Success

  1. You find happiness in the success of others (เรามักจะยินดีกับการประสบความสำเร็จ ของผู้อื่น) ต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่แค่ตัวเราเท่านั้น ที่อยากประสบความสำเร็จ การประสบความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา และนักธุรกิจชั้นนำของโลกหลายคนก็เชื่อในเรื่องของการพึ่งพาอาศัยกัน หมายความว่า หากเราต้องการประสบความสำเร็จ เราก็จำเป็นที่จะต้องคอยช่วยผู้อื่น ให้ประสบความสำเร็จไปในเส้นทางของเขาด้วย ซึ่งพบว่า บริษัทหรือองค์กรที่มีทีมเวิร์คที่ดี มักจะประสบความสำเร็จได้รวดเร็ว กว่าองค์กรหรือบริษัทที่ต่างคนต่างแข่งขันกัน ลองถามตัวเอง เรากำลังยินดีกับความสำเร็จของคนอื่นอยู่หรือเปล่า?
  2. You ignore the 40-hour-workweek hype (เรามักจะไม่ยึดติดกับ กฏทำงาน 40 ชั่วโมง) แน่นอนว่าผลการวิจัยทุกสำนักยืนยันตรงกันว่า การที่เราทำงานเกินอาทิตย์ละ 40 ชั่วโมงนั้น จะมีส่วนทำให้คุณภาพงานของเรามีอัตราลดลง แต่ Jeff Haden ได้กล่าวว่า บุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักจะมองข้ามเรื่องนี้ไปโดนสิ้นเชิง เพราะการฝังตัวอยู่ในกรอบนี้จะเป็นการลด อัตราการก้าวกระโดดของตัวเองลง ซึ่งเคยมีเรื่องเล่าของ Robert Kennedy (น้องชายของจอห์น เอฟ เคนเนดี้) นักการเมืองชื่อดัง ของรัฐนิวยอร์กว่า ในขณะที่เขากำลังหาเสียงอยู่นั้นและต้องเร่งทำคะแนนเสียง กับศัตรูคู่แข่งอย่าง Jimmy Hoffa เขาใช้เวลาทำงานอยู่ในออฟฟิศจนล่วงเวลานับครั้งไม่ถ้วน จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาได้ทำงานจนกระทั่งถึงตีสอง และขณะที่เขากำลังกลับบ้านนั้น เขาผ่านหน้าตึกออฟฟิศของ Jimmy Hoffa และเห็นไฟในห้องทำงานของเขาผู้นั้นยังเปิดอยู่ ทำให้เคนเนดี้ตัดสินใจบอกคนขับรถเพื่อย้อนกลับไปทำงานต่อทันที
  3. You relentlessly seek new experiences (เรามักจะมุ่งมั่นที่จะ แสวงหาประสบการณ์ใหม่ๆ) การที่คิดว่าตัวเองนั้นมีความรู้มากพอแล้ว และทะนงว่าตัวเองเป็นคนฉลาด ไม่ใช่นิสัยของบรรดาผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างสิ้นเชิง แต่พวกเขามักจะมองหาสิ่งใหม่ๆ มาเสริมความรู้ตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราต้องพยายามดึงตัวเองไปอยู่ในจุดที่ ทำให้ชีวิตตัวเองได้เรียนรู้ ได้พบเจออะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญเราต้องไม่หยุดนิ่ง เคยได้ยินคำกล่าวนี้มั้ย “แค่เพียงเราหยุดเดิน เราก็ช้าแล้ว”
  4. You don’t think work-life balance — you just think life (เรามักจะรวมชีวิตทำงาน และชีวิตปกติเป็นชีวิตเดียวกัน) เรื่องนี้อาจจะดูฟังดูแปลกๆ แต่นี่คือเรื่องจริง Jeff Haden ได้บอกไว้ว่า คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต พวกเขาไม่ได้มองว่า พวกเขาจะสร้างความสมดุลให้กับชีวิตการทำงานและชีวิตปกติอย่างไร แต่พวกเขารวมชีวิตทั้งสองด้านของเขาไว้เป็นหนึ่งเดียว และสิ่งนี้เองจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ พวกเขาใช้เทคนิคของการสร้างครอบครัวในการทำธุรกิจ ในครอบครัว เขาใส่ความรัก, ความใส่ใจ, ความหวังดี ในด้านธุรกิจ เขาใส่ ความสงสัย, ใส่การเรียนรู้, ใส่กิจกรรมใหม่ๆ เข้าไปนั่นเอง
  5. You’re incredibly empathetic (เรามักจะมีความเห็นอกเห็นใจอย่างแรงกล้า) Jeff Haden ได้กล่าวไว้ว่า ผู้ที่กำลังจะประสบความสำเร็จในชีวิต พวกเขาเหล่านั้นจะมีความโอบอ้อมอารี และมีความเมตตามากเป็นพิเศษกว่าคนทั่วไป ในโลกของธุรกิจมีสุภาษิตล่าวไว้ว่า “เราไม่สามารถเอาตัวเอง เข้าไปอยู่ในรองเท้าของใครได้” แต่เขากลับพบว่าสุภาษิตอันนี้สามารถนำมาปรับใช้ในการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างดียิ่ง หมายความว่า ถ้าเราเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ ในมุมมองของผู้อื่น อาจทำให้เรารู้สึกเข้าใจพวกเขามากขึ้นนั่นเอง
  6. You have something to prove – to yourself (เรามักจะมีอะไรที่ พิสูจน์ต่อตัวเองอยู่เสมอ) หลายคนทุ่มเทเวลาในชีวิตของตัวเอง เพื่อไปคอยพิสูจน์หาข้อเท็จจริงในเรื่องของคนอื่น แต่รู้ไหม เรื่องราวของคนอื่นไม่ได้ให้ประโยชน์ หรือความรู้อะไรแก่ตัวเราเลย ตรงกันข้าม การกระทำอย่างนั้นอาจสร้างมุมมองแนวคิดบางอย่าง ที่อาจขัดกับการเจริญก้าวหน้าทางธุรกิจของเราด้วยซ้ำ คนที่กำลังจะประสบความสำเร็จ มักเริ่มมองอะไรจากตัวเอง เริ่มพิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง วิธีการ ผลลัพท์ และวิถีชีวิตของตัวเอง ว่าทุกอย่างกำลังพุ่งเป้าไปที่จุดหมายเพียงจุดเดียวอย่างการประสบความสำเร็จอยู่หรือเปล่า
  7. You see money as a responsibility, not a reward (เรามักจะคิดว่าเงินที่เราได้มา มาพร้อมความรับผิดชอบ ไม่ใช่รางวัล) Jeff Haden ได้กล่าวว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักมีมุมมองว่าเงินที่เขาหาได้มานั้น มาพร้อมกับความรับผิดชอบ ไม่ใช่รางวัลสิ่งตอบแทนในชีวิตเขาแต่อย่างใด พวกเขามักคิดว่า เขาจะต้องนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนอย่างไรให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเอง เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง ให้สูงที่สุด เพื่อที่จะยกระดับความสำเร็จไปต่ออีกขั้น รวมทั้งมีแนวคิดที่จะคืนเงินก้อนนี้กลับสู่สาธารณะประโยชน์ในท้ายที่สุด
  8. You don’t think you’re special (เรามักจะไม่คิดว่า เราเป็นคนพิเศษ) นี่คือแนวคิดที่สำคัญยิ่งประการหนึ่งเลยทีเดียว Jeff Haden ยืนยันว่า ผู้ที่ไม่คิดว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่น ไม่หลงไปในชื่อเสียง หรืออำนาจในหน้าที่ มักเป็นบุคคลที่จะประสบความสำเร็จในท้ายที่สุด เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้วส่วนใหญ่ ไม่ได้คิดว่าความสำเร็จที่ได้มา มาจากความทะเยอทะยานของพวกเขาเพียงผู้เดียว แต่มาพร้อมกับทีมเวิร์ค และเพื่อนร่วมงานคู่คิดที่ดีต่างหาก
  9. You realize that success is fleeting, but dignity and respect last forever (เราจะรู้ว่า การประสบความสำเร็จไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน) Jeff Haden พบว่า ผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มักรู้ตัว และระลึกอยู่เสมอว่า ความประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่สิ่งจีรังยั่งยืนแน่นอนแต่อย่างใด แต่ศักดิ์ศรีและการเป็นที่เคารพต่างหากจะที่จะอยู่ตลอดไป พวกเขาจึงทำตัวเองให้เป็นที่น่าเคารพอยู่เสมอ โดยการให้เกียรติทุกคนที่เขาร่วมงานด้วย ไม่ว่าจะเป็น ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้าก็ตาม

เป็นอย่างไรกันบ้าง อ่านจบแล้ว ขอยืนยันว่าถ้าทุกวันนี้ เรากำลังมีความคิดตามหลักทฤษฎีของ Jeff Haden ที่ว่าไปแล้วอยู่ล่ะก็ รับรองได้ว่าอีกไม่นาน การประสบความสำเร็จในชีวิต จะมาเยือนเราในไม่ช้า … Keep walking and just do it

ที่มา : businessinsider