ใช้เวลาชีวิตให้คุ้มค่า

ใช้เวลาชีวิตให้คุ้มค่าคือ ให้คุ้มค่ากับกุศลธรรม คุณงามความดี แต่ … มิใช่คุ้มค่ากับกิเลสตัณหาที่ควบคุมใจตน มองในสิ่งที่เห็น … ทุกอย่าง … เพื่อให้เห็นแจ้ง … ให้รู้จิตแท้ของตน … ว่าสูงหรือต่ำ … ด้วยสติปัญญาแค่ไหน

และ … เห็นถึง สิ่งที่ฉาบทาปนเปื้อนในจิตของตน … ว่ายังหนาหรือบางขนาดไหน … มองไปจนเห็นแจ้ง … ให้ถึง … ความไม่เที่ยง … ของสิ่งทั้งปวงที่ตนมอง … นั่นคือ … พื้นฐานของการมองในทุกสรรพสิ่งให้เป็น … คือมองนอก … แต่ให้เห็นในจิตตน

รับฟังในสิ่งที่ได้ฟัง … ทุกอย่าง … เพื่อให้เห็นแจ้ง … ให้รู้จิตแท้ของตน … ว่าสูงหรือต่ำ … ด้วยสติปัญญาแค่ไหน … และ … ให้ได้ยิน … ให้ได้เห็นชัด … ถึงสิ่งที่ฉาบทาปนเปื้อนในจิตของตน … ว่ายังหนาหรือบางขนาดไหน … ฟังให้ชัดถึงเสียงหัวจิตหัวใจตน … มองไปจนเห็นแจ้ง … ให้ถึง … ความไม่เที่ยง … ของสิ่งทั้งปวงที่ตนได้ฟัง … นั่นคือ … พื้นฐานของการรับฟัง … การได้ยินในทุกสรรพสิ่งให้เป็น … คือฟังภายนอก … แต่ให้ได้ยินความเป็นไปในจิตใจตน

เมื่อทุกข์ … ก็ฟูมฟายร้องห่มร้องไห้ … วิ่งเรียกร้องหาหนทาง เพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์นั้น … นั่นคือปกติวิสัยของสรรพสัตว์ทั้งหลาย … แต่ “ธรรม” … คือหนทางที่สร้างสติปัญญา … ให้คนเรา … ได้ขัดเกลาจิตใจตน … ให้สูงค่ากว่าสรรพสัตว์ทั้งปวง … จนเป็นมนุษย์ผู้มีปัญญา … เพื่อมีหนทางปฏิบัติให้ถึงหนทาง อันเป็นที่สุดแห่งการดับซึ่งทุกข์ทั้งปวง … มิต้อง … ติดจมหลงในกองทุกข์เหล่านั้น … ที่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ยังคงติดหลงกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น

ห้ามใจไม่ให้คิดชั่ว … เพื่อปิดทางอกุศลกรรมทางจิตใจ … ทางความคิด … และ … วาจา … รวมถึงการกระทำอันเป็นที่มาแห่งบาปกรรมอกุศลทั้งหลาย … เริ่มต้น … ต้องพยายามฝึกความสงบของใจ … พยายามควบคุมจิตใจด้วยสติ … ด้วยศีล … สมาธิ … และ … พุทโธ ๆๆ … ให้มากเข้าไว้ … นั่นคือ … หนทางแก้ไขปรับปรุงตน … อันประเสริฐสุด

บางคน … รู้ดีทุกอย่าง … ว่าอะไรดี … อะไรไม่ดี … แต่หากไม่ปฏิบัติ ให้สอดคล้องกับสิ่งที่รู้นั่น … ดั่งเช่นว่า … รู้ว่าอะไรดี … แต่ไม่ทำ … หรือ … รู้ว่าอะไรไม่ดี … แต่ยังทำ … นั่นมิใช่ผู้รู้ที่แท้จริง … เพราะยังไม่รู้จักเอาชนะใจตัวเอง … ยังไม่พร้อมสำหรับ การสร้างความดีเพื่อตัวเอง … เพื่อให้ตนรู้ในสิ่งที่ดี … แล้วทำดีในสิ่งที่รู้ว่าดี … เพื่อรู้แจ้งแห่งความดี … ให้ถึงแก่นของความดี … มิใช่รู้แค่ทฤษฎี … แต่ไม่ได้ทำดี

ใจที่ตั้งมั่น … หนักแน่น … ในความดี … ย่อมไม่อ่อนไหว … อ่อนแรง … ท้อแท้ … กับความไม่ดีทั้งหลาย … หากยังยอมแพ้อ่อนแอ ต่อการสร้างความดี … ชีวิตนี้ก็ตกเป็นทาสความไม่ดีอยู่ร่ำไป

ความสำคัญของชีวิต … มิได้อยู่ที่ฐานะ หรืออาชีพ … หรือสิ่งใดๆ ที่นอกเหนือจากความดีงาม … แต่อยู่ที่ … การใช้เวลาของชีวิตให้คุ้มค่า … กับความเข้าใจ … รู้แจ้ง … ความหมาย … ของคำว่า ชีวิต … และ … สามารถรักษาชีวิต … ให้ดำเนินไป … เพื่อปฏิบัติและรู้แจ้งในหลักอริยสัจธรรม … ให้ได้มากที่สุด … ให้คุ้มค่าชีวิต … ที่ได้เกิดมา …  เพื่อการยังประโยชน์อันสูงสุดแก่ตน … และส่วนรวม … ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง

พื้นฐานความรู้ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับคนเราที่เกิดมา … คือ … รู้ธรรม … รู้ทำดี … รู้ทำชั่ว … รู้ดี … รู้ชั่ว … ภายในจิตใจตน … รู้ในสิ่งใดๆ ว่าควรกระทำ … และ … สิ่งใดๆ ไม่ควรกระทำ … หากขาดซึ่งสติปัญญาในธรรม … มิว่าหน้าที่การงาน … การศึกษา … อาชีพ … จะสูงหรือต่ำแค่ไหน … ก็กลายเป็นผู้มืดผู้หลงทางได้ง่าย … หลงผิดเป็นถูก … หลงดีเป็นชั่ว … หลงบุญเป็นบาป … หลงทางให้กับความมืด ในจิตใจตนได้ง่าย

ชนะใจตน … คำสั้นๆ … แต่บางคน … ใช้เวลาทั้งชีวิต … ก็ยังไม่สามารถทำได้ … จะชนะผู้อื่นเป็นหมื่นแสนคน … ก็ยังเป็นผู้อับจน … หากไม่สามารถชนะกิเลสตัณหาของตนที่อยู่ภายในจิตใจ

ขอเจริญในธรรม … ยามเช้ารับอรุณวันใหม่ … ลมหายใจใหม่ๆ … ด้วยความดี … ที่สามารถทำดีได้ทุกลมหายใจ … เพื่อสิ่งดีใหม่ๆ … ได้เกิดขึ้นแก่ตน … ในทุกลมหายใจ

เมื่อมองผู้อื่นว่าต่ำต้อย … ให้ย้อนกลับมามองที่ใจตน … และรู้เถิดว่า … สติปัญญาและระดับจิตใจตน … ต่ำต้อยกว่าบุคคลที่เรากำลังมอง … รักษาใจ … รักษาความคิด … รักษาวาจา … รักษาการกระทำของตน … ให้ดีที่สุด … ทุกลมหายใจ … ด้วยความไม่ประมาท

ที่มา : อ่านบทความนี้จากไลน์ที่เพื่อนๆ ส่งกันแล้วอยากเผยแพร่เลยนำมาลงที่นี่ แต่ตอนนี้หาที่มาไม่เจอแล้วค่ะ ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถ้าทราบแล้วจะมาแจ้งนะคะ