How to หนีมะเร็ง สุดเวิร์ค

มาดูรายละเอียดการป้องกันมะเร็งอวัยวะสืบพันธุ์สตรี แต่ละชนิดที่ผู้หญิงทำงานควรรู้กันค่ะ

thumb

มะเร็งรังไข่

มีหลายชนิด แต่ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 85 – 90 ) เป็นมะเร็งของเยื่อบุผิวรังไข่ (epithelial cell cancer) ดังนั้น เมื่อพูดถึงอาการ ปัจจัยเสี่ยง หรือวิธีป้องกันมะเร็งรังไข่ มักจะหมายถึงมะเร็งชนิดนี้

ปัจจัยเสี่ยง พบมากในผู้หญิงสูงอายุ มีภาวะหมดประจำเดือน ไม่แต่งงาน มีลูกยาก มีลูกน้อย มีลูกช้า (อายุเกิน 30 ปี) ไม่มีลูก หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่

วิธีป้องกัน 

  • สังเกตอาการของตนเองที่สงสัยว่าอาจเป็นมะเร็งรังไข่ ได้แก่ ท้องอืด แน่นท้อง ปวดท้อง กินอะไรก็อิ่มง่าย ปัสสาวะบ่อย คลำพบก้อนในท้อง ฯลฯ ถ้ามีอาการผิดปกติเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์
  • หากมีคนในครอบครัว เช่น แม่ พี น้อง ป้า น้า อา เป็นมะเร็งรังไข่ คุณควรตรวจภายในทุกปี เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนอาจปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจโดยเครื่องอับตราซาวนด์ และเจาะเลือดตรวจสารเคมีบ่งชี้มะเร็งรังไข่ คือ ชีเอ-125 (CA-125)
  • การคุมกำเนิดโดยกินยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งรังไข่ร้อยละ 30-60 หากกินติดต่อกันนานเกิน 10 ปี สามารถลดความเสี่ยงร้อยละ 80 (แต่ระวังจะเป็นมะเร็งปากมดลูก)
  • มีลูกก่อนอายุ 30 ปี
  • การให้นมลูกสามารถลดความเสี่ยงเฉลี่ยร้อยละ 20 เมื่อคิดเป็นเดือนพบว่า การให้นมลูก 1 เดือนสามารถลดความเสี่ยงลงร้อยละ 1
  • การทำหมัน (ตัดท่อนำไข่) สามารถลดความเสี่ยงร้อยละ 40 เพราะเชื่อว่าทำให้สารก่อมะเร็งเดินทางไปยังรังไข่ไม่ได้ เช่นเดียวกับการตัดมดลูกก็ช่วยลดความเสี่ยง

มะเร็งมดลูก

มีหลายชนิด แต่ที่พบมากที่สุดคือ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก อาการ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยจากโพรงมดลูก หรือหมดประจำเดือนไปแล้ว แต่กลับมีเลือดประจำเดือนออกมาอีก

ปัจจัยเสี่ยง พบมากในผู้หญิงที่อยู่ในวัยใกล้หมดประจำเดือน วัยหมดประจำเดือน มีน้ำหนักมากเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือโรคเบาหวาน ไม่แต่งงาน ไม่มีลูก มีลูกน้อย หรือมีลูกเมื่ออายุเกิน 30 ปี ใช้ฮอร์โมนเพศหญิงเอสโทรเจน (estrogen) โดยที่ไม่ใช้ควบคู่กับฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน (Progesterone) การใช้ควบคู่กันสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้

วิธีป้องกัน

  • เนื่องจากยังไม่มีวิธีคัดกรองโรคมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกแต่เนิ่นๆ จึงควรสังเกตอาการ เช่น มีเลือดออกกะปริกะปรอย หรือประจำเดือนมาผิดปกติในวัยใกล้หมดประจำเดือน หรือหมดประจำเดือน ซึ่งควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรคิดว่าเป็นอาการทั่วไปของคนที่จะหมดประจำเดือน
  • โรคนี้มักเป็นในคนอ้วน จึงควรลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยควบคุมการกินอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกายเป็นประจำ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • ควรควบคุมโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ไม่ควรกินฮอร์โมนเพศหญิงเอง ไม่ว่าจะโดยการซื้อสมุนไพรหรือฮอร์โมนที่ใช้ในการแพทย์แฟนปัจจุบัน
  • การกินยาเม็ดคุมกำเนิดสามารถลดความเสี่ยงร้อยละ 60-80 โดยการป้องกันจะเริ่มมีผลเมื่อกินยาคุมกำเนิดครบ 1 ปี และหลังหยุดกินยังป้องกันต่อได้อีก 15 ปี

มะเร็งช่องคลอด

อาการ อาจไม่แสดงอาการ หรือมีอาการคันและแสบบริเวณช่องคลอด มีตกขาว หรือมีเลือดออกจากช่องคลอด

ปัจจัยเสี่ยง อายุมากกว่า 60 ปี สูบบุหรี่ ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) และเป็นโรคมะเร็งปากมดลุกที่ลุกลามมายังช่องคลอด

วิธีป้องกัน

  • สามารถใช้การป้องกันเช่นเดียวกับโรคมะเร็งปากมดลูก
  • ตรวจภายในเป็นประจำ และทำแป๊ปสเมียร์ (Pap smear) ตามโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • ไปพบแพทย์เมื่อช่องคลอดมีอาการผิดปกติ เช่น คัน แสบ ตกขาว มีเลือดออก โดยเฉพาะหากเป็นในคนวัยหมดประจำเดือนจะยิ่งเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่องคลอด
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี แม้ว่ายังไม่มีการรับรองในกรณีที่นำมาใช้กับโรคมะเร็งช่องคลอดโดยเฉพาะ แต่ตามหลักวิชาการสามารถป้องกันได้

มะเร็งปากช่องคลอด

เป็นมะเร็งที่อยู่ในส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกได้แก่ แคมใหญ่ แคมเล็ก ต่อมกระสระสัน หรือ ผิวหนังบริเวณผีเย็บ อาการ อาจไม่แสดงอาการ หรือมีตุ่ม ก้อน และแผล ตลอดจนมีอาการเจ็บ แสบ คัน มีน้ำเหลืองหรือมีเลือดออกที่ปากช่องคลอด

ปัจจัยเสี่ยง อายุมากกว่า 70 ปี ติดเชื้อไวรัสเอชพีวี เป็นมะเร็งปากมดลูกแล้วลุกลามมาที่ปากช่องคลอด ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์

วิธีป้องกัน

  • สามารถใช้การป้องกันเช่นเดียวกับโรคมะเร็งปากมดลูก
  • ตรวจภายในเป็นประจำ และทำแป๊บสเมียร์ตามโปรแกรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก
  • ไปพบแพทย์เมื่อปากช่องคลอดมีอาการผิดปกติ เช่น มีตุ่ม ก้อน และแผล มีอาการเจ็บ แสบ คัน มีน้ำเหลืองหรือมีเลือดออก
  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี แต่ยังไม่มีการรับรองเช่นเดียวกับกรณีป้องกันโรคมะเร็งช่องคลอด

มะเร็งท่อมดลูก

เป็นมะเร็งที่อยู่บริเวณท่อนำไข่ ส่วนใหญ่พบในผู้หญิงที่มีอายุ 50-60 ปี เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่เนื่องจากพบได้น้อยมาก จึงไม่สามารถหาสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และการป้องกันได้ อาการ อาจไม่แสดงอาการ หรือมีอาการปวดท้อง ตกขาว มีก้อนในท้อง มีเลือดออกจากช่องคลอด หากมีอาการผิดปกติดังกล่าวควรไปพบแพทย์ทันที

ยิ่งเป็นโรคใกล้ตัวคุณผู้หญิง ยิ่งควรลงมือป้องกันตั้งแต่วันนี้ค่ะ