กินอย่างมีสติ … ช่วยลดหุ่น

การกินโดยขาดสติอาจทำให้เป็นโรคอ้วน ซึ่งเป็นปัญหาระดับชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา คนอ้วนส่วนมากจะขาดประสิทธิภาพในการทำงาน เคลื่อนไหวไม่คล่องแคล่ว และใช้เครื่องอุปโภค บริโภค สิ้นเปลืองมากกว่าคนอื่น

ในปี พ.ศ. 2553 สหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยโรคอ้วนประมาณร้อยละ 40 จากประชากร 308 ล้านคน เท่ากับมีประชากร
ที่เป็นโรคอ้วนประมาณ 120 ล้านคน ปัญหาสุขภาพจิตของผู้ป่วยโรคอ้วนคือ รู้สึกขัดใจ หงุดหงิด หรือผิดหวังง่ายบางคนมีนิสัยโมโห ฉุนเฉียว ขาดสติ ข่มใจและควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ จึงมักมีปัญหากับคนรอบข้างและเพื่อนรวมงาน

เมื่อ พ.ศ. 2554 มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ตีพิมพ์บทความเรื่อง กินอย่างมีสติ (Mindful Eating) ออกมาเผยแพร่ ผู้เขียนพูดในเชิงหยิกแกมหยอกว่า “เคยไหมที่จำไม่ได้ว่า เมื่อวานท่านกินอาหารเที่ยงอะไรบ้าง” การพิจารณาอาหารก่อนรับประทาน นอกจากจะช่วยให้ได้รับประทานอาหารคุณภาพดี ซึ่งช่วยเสริมสร้างพลังงานแล้วยังทำให้น้ำหนักลดด้วย

-5-หมู่-2

การกินอย่างมีสติเริ่มต้นที่พิจารณาว่าอาหารมื้อนี้มีสีและกลิ่นอย่างไร ปรุงมานานหรือยัง เก่าหรือใหม่ หยาบหรือละเอียด เวลาเคี้ยวจะเหนียวหรือนุ่ม ย่อยง่ายแค่ไหน แล้วปฏิบัติตามหัวข้อต่างๆ ที่เหมาะกับตนเช่น

  • ตั้งเวลารับประทานอาหารไว้ประมาณ 20 นาที รับประทานช้าๆ ใช้เวลาให้หมดตามที่กำหนดไว้
  • รับประทานอาหารด้วยความเงียบประมาณ 5 นาที ในช่วงนี้ให้พิจารณาว่าอาหารมีความเป็นมาอย่างไร เริ่มตั้งแต่ได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์ ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหาร งอกงามขึ้น จากนั้นเก็บเกี่ยวและลำเลียงมาสู่ตลาด แล้วพิจารณา การปรุงอาหารของพ่อครัวแม่ครัว จนกระทั่งกลายมาเป็นอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้าขณะนี้ (ควรส่งความรู้สึกขอบคุณไปยังคนเหล่านั้นด้วย)
  • รับประทานอาหารคำเล็ก พอประมาณและเคี้ยวให้ละเอียด
  • หลีกเลี่ยงสิ่งรบกวน เช่น ทีวี วิทยุ และไม่ควรอ่านหนังสือเวลารับประทานอาหาร
  • หยุดรับประทานก่อนที่จะอิ่มเกินไป รับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนเข้านอน 3 ชั่วโมง (งดรับประทานอาหารหนักหลัง 20.00 น.)
  • ก่อนเปิดตู้กับข้าวหรือตู้เย็น ถามตัวเองว่า “หิวจริงๆ หรือเปล่า”

การฝึกระยะแรก ควรพิจารณาวันละครั้ง เมื่อชำนาญแล้วเพิ่มเป็นวันละ 2-3 ครั้ง ต่อไปจะติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะกินหรือดื่มอะไร สติจะทำหน้าที่พิจารณาอาหารโดยอัตโนมัติ