Key Behavior Indicator “ตื่นรู้” มากแค่ไหน

เป็นคำแนะนำที่ดีมากๆ ค่ะ สำหรับกัลยณมิตร ที่เริ่มฝึกตนค่ะ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เผยแพร่เมื่อวันที่20 มิถุนายน 2012 32 ข้อประเมินตนเองว่า“ตื่นรู้” มากแค่ไหน หลายคนถามว่าฝึกสติไปแล้ววัดผลยังไง ก็ขออธิบาย ง่ายๆ เป็นข้อๆ เป็น checklist ง่ายๆ นี่แหละ Key Behavior Indicator

  1. มีแนวโน้มที่จะ สดใสขึ้น ใจว่างๆ โล่งๆ (ใจดี หรือ ดีใจ ไม่เหมือน ใจโล่งๆ นะ) ไม่อมทุกข์ ไม่หน้าบึ้ง
  2. มีแนวโน้มที่จะ ยิ้มง่ายขึ้น ยิ้มให้คนอื่นก่อน ไม่ต้องรอให้คนอื่นยิ้มให้ก่อน
  3. มีแนวโน้มที่จะ ไหว้คนอื่นได้ก่อน ไม่มีข้อแม้ว่า ใครต้องไหว้ใครก่อน
  4. มีแนวโน้มที่จะ ถ่อมตน ไม่เจ้ายศ ไม่เจ้าอย่าง ง่ายๆ ติดดิน
  5. มีแนวโน้มที่จะ รับผิดชอบงานมากขึ้น ไม่อ้าง ไม่หนี อดทน ยอม
  6. มีแนวโน้มที่จะ มีเมตตามากขึ้น ใช้เมตตาธรรมนำหน้าเหตุผล
  7. เมื่อได้ยินเรื่องราวใดๆ ก็มีแนวโน้ม ที่จะ ดู สังเกต มากกว่าที่จะ ด่วนวิจารณ์ ด่วนออกอาการ ด่วนออกอารมณ์ แม้นจะโดนด่า โดนเข้าใจผิด ก็ยัง อดทน ควบคุมตนเองได้ ง่ายๆ ปล่อยๆ ไม่เอาเรื่อง ไม่เอาก็ได้
  8. มีแนวโน้มที่จะ เปิดโอกาสผู้อื่นพูดมากขึ้น ฟังมากขึ้น ไม่ด่วน “สวนกลับ” ไม่ด่วน “หักคอ” ไม่ด่วนสรุป ไม่ด่วนฟันธง ไม่แทรกแซงขณะคนอื่นกำลังพูด อัตราการเต้นของหัวใจปกติ ไม่ตูมตาม เมื่อโดนคนอื่นด่า
  9. มีแนวโน้มที่จะ ยอมรับ เปิดใจ ยอมรับ ความคิดเห็นที่แตกต่างได้ รับฟังอีกมุมมองได้
  10. มีแนวโน้มที่จะ ขยันๆ และ ”กล้า” ลงมือทำ ในเรื่องที่ดี เป็นกุศล ต่างๆ ทันที โดยไม่มีข้อแม้น ไม่เอาเรื่องในอดีตมาทำให้สะดุดในการที่จะทำ ไม่เอาเรื่องในอนาคตมาหยุดตนเอง ทำตามเป้าหมายได้ ไม่วอกแวก รู้จัก focus
  11. มีแนวโน้มที่จะ หันไป กตัญญู พ่อแม่ ไปหา ไปดูแล ไปคุย กับผู้มีพระคุณมากขึ้น ครูเก่า เจ้านายที่เคยช่วยสอน ผู้มีอุปการะคุณ ฯลฯ
  12. มีแนวโน้มที่ สัตว์เลี้ยงต่างๆ จะเดินเข้ามาหา เพราะคนที่ใจสงบ ตื่นรู้ บรรดาสัตว์ในธรรมชาติ เขาจะ รับรู้
  13. มีแนวโน้มที่จะ ไม่เมาบุญ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร
  14. มีแนวโน้มที่จะ ”ให้” บริจาค จิตอาสา ทำเพื่อส่วนรวม มากขึ้น
  15. มีแนวโน้มที่จะ รู้สึกว่าตนเอง เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ รู้สึกว่า ผู้คนกับตัวเอง เป็นเนื้อเดียวกัน ไม่รู้จะทำลายกันไปทำไม
  16. มีแนวโน้มที่จะ คบบัณฑิต หลวงปู่ หลวงพ่อ ที่ดีๆ มากขึ้น ไปหา ไปฟังธรรมจากท่าน ตามโอกาส
  17. มีแนวโน้มที่จะ ห่างไกลคนพาล อบายมุข
  18. มีแนวโน้มที่จะ รักษาศีล ๕ มากๆ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ขโมย ไม่ผิดกาม ไม่โกหกหลอกลวง ไม่ทานของมึนเมา
  19. มีแนวโน้มที่จะ ชื่นชม (Appreciation) ผู้คน ยินดีที่คนอื่นได้ดี หรือ มี มุทิตา นั่นเอง
  20. มีแนวโน้มที่จะ ไม่นินทาใคร ไม่ทำให้ใครแตกแยก ชวนให้คนสามัคคีกัน
  21. มีแนวโน้มที่จะ ไม่กังวล หลับสบาย หลับง่าย
  22. มีแนวโน้มที่จะ ไม่ฝันร้าย เช่น ในฝันไม่รู้สึกวิ่งยากลำบาก ก้าวขาไม่ออกอีกต่อไป ไม่ฟันว่าฟันหัก ไม่ฝันว่า กลับไปเป็นเด็กแล้วเครียดก่อนสอบ อีก
  23. มีแนวโน้มที่จะฝันดี เช่น เจอพระ เจอคนดีๆ ตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่น มีความสุข
  24. มีแนวโน้มที่จะ นึกอะไร อยากได้อะไรที่ดีๆ เป็นกุศล ไม่นานก็จะได้ หรือ มีคนเอามาให้
  25. มีแนวโน้มที่จะยอมคน เช่น ยอมให้แซงคิว ยอมให้เอาเปรียบ ยอมให้ต่อว่า ฯลฯ
  26. มีแนวโน้มที่จะ ไม่ด่วน ”ประเมิน” ตัดสิน ตัดเกรด แบ่งแยก พิพากษา (judgement) ผู้คน ห้อยแขวน (suspend) เอาไว้ก่อน ดูมากขึ้น เผื่อคาดไม่ถึงบ้าง
  27. มีแนวโน้มที่จะ รักผู้คนแบบไม่มีเงื่อนไข (Unconditional love) ไม่หวังผล ให้ก็คือให้ ไม่มีข้อแม้น ไม่อิจฉา ไม่ริษยา
  28. มีแนวโน้มที่จะ รู้จักสติที่ฐานกาย ใช้ “กายรู้กาย” ได้มากขึ้น นานขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้น รู้ๆทุกก้าว ทุกอิริยาบท
  29. มีแนวโน้มที่จะ “จับ” ความรู้สึก ที่ “ใจ” ของตนเองได้ รู้ว่าใจกุศล อกุศล
  30. มีแนวโน้มที่จะ “แยกแยะ” จิต กับ ความคิด ได้ รู้จักความคิดจร (ความคิดนอกแผน ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจคิด ความคิดที่ชวนไปเละเทะ ฟุ้งซ่าน ออกนอกทาง ฯลฯ) เป็น นีโอ ที่ สามารถจับกระสุนความคิด ที่ กิเลสยิงใส่มาได้
  31. มีแนวโน้มที่จะ กลับไปอ่าน หนังสือธรรมะ แล้ว เข้าที่ “ใจ”มากขึ้น ร้อง “อ๋อ” มากขึ้น
  32. ไม่กลัวตาย สิ้นข้อสงสัย และ ไม่งมงายในศีลภายนอก

ชอบคำว่าตื่นรู้จังค่ะ เพราะตื่นรู้เป็นสภาวะที่ เราทุกคนควรเข้าถึง เพื่อความสุขอย่างแท้จริงในชีวิต ขอฝากเนื้อเพลงของซีรีย์พระพุทธเจ้า ด้วยนะคะ ตอนที่ได้ยินครั้งแรกรู้สึกว่าโดนใจ แต่งเนื้อเพลงได้ง่ายและตรงประเด็นดีค่ะ

เนื้อเพลง “พระพุทธเจ้า”
คำร้อง : ประภาส ชลศรานนท์
ดนตรี : จักรพัฒน์ เอี่ยมหนุน
ขับร้องโดย : อมรภัทร เสริมทรัพย์
วันที่ฟ้าเริ่มส่องแสง สำแดงให้เห็นเป็นคำถาม 
เกิดแก่เจ็บตายซ้ำ วนเวียนจนเห็นความเป็นไป
ทุกสิ่งกำเนิดนั้น สถิตสถานตั้งอยู่ไว้ 
ถึงวันแตกสลาย ดับสิ้นไปไม่มั่นคง
จากเจ้าชายสุขล้นฟ้า ทิ้งทุกสิ่งมาเข้าป่าดง 
ทิ้งอบายแห่งใหลหลง บำเพ็ญทุกรกิริยา
เข็ญกายจนหิวโหย ทรุดโทรมร่วงโรยเวทนา
แล้วจึงได้รู้ว่า ไม่ใช่หนทางสว่างเลย
* พระองค์ทรงค้นพบ การเวียนจบของจักรวาล
หนทางที่จะว่ายผ่าน วัฏสงสารอันปลดปลง
สายพิณที่ดีดนั้น ถ้าปล่อยให้มันเริ่มหย่อนลง 
ละเลยและลืมหลง จะคงสำเนียงเป็นพิณไหม
และสายพิณที่ตั้งขึง ถ้าบิดให้ตึงจนมากไป
ถึงคราวดีดเล่นสาย คงขาดผึงไปในไม่นาน ..
** พระองค์ทรงค้นพบ การเวียนจบของจักรวาล 
หนทางที่จะว่ายผ่าน วัฏสงสารอันปลดปลง..
หนทางแห่งพุทธะ คือหลีกลดละในโลภหลง
และมิใช่อย่างฝุ่นผง ที่ปล่อยล่องลอยไปวันวัน
หนทางแห่งพุทธะ คือทางสายกลางอันเบิกบาน 
ให้อยู่กับคืนวัน คือปัจจุบันอย่างตื่นรู้