วิธีเลือกอาหารเพื่อสุขภาพ

มีใครลองคำนวณดูบ้างว่า ในแต่ละวันที่เราบริโภคอาหารเข้าไปนั้น มีสัดส่วนอาหารที่ดี กินแล้วเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอาหารที่มีประโยชน์และมีโทษในคราวเดียวกัน ไม่ต้องชั่งตวงวัดกันอย่างจริงจัง แต่เป็นการประเมินคร่าวๆ เพื่อเราจะได้ทำนายอนาคตสุขภาพได้แม่นยำ

ถ้าเปรียบเทียบเรื่องอาหารว่าเหมือนกับน้ำมันรถยนต์ น้ำมันหรืออาหารของรถยนต์ คือ น้ำมันเบนซิน มาสมัยนี้ประหยัดน้ำมันเราคิดค้นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ขึ้นมาได้ แก๊สโซฮอล์ก็มีหลายเกรด ดีพอใช้ได้คือแก๊สโซฮอล์ 91 อยากได้เกรดดีขึ้นมาอีกก็เป็นแก๊สโซฮอล์ 95 ดีกว่าแรงกว่าแก๊สโซฮอล์ 91 หลายเท่า อาหารของรถคือแก๊สโซฮอล์ก็ยังมีหลายเกรด อาหารของคนก็มีหลายเกรดแม้จะเป็นอาหารอย่างเดียวกัน

คราวนี้มาถึงคำอีกคำหนึ่ง ซึ่งต้องขออภัยล่วงหน้า เพราะเป็นภาษาวิชาการและเป็นภาษาต่างประเทศเสียด้วย คำคำนี้คือ METABOLISM (อ่านว่าเมแทบอลิซึม) หมายถึง การกินอาหาร เมื่อเรากินอาหารเข้าไปแล้วมันจะต้องย่อย ย่อยแล้วจึงมาแปลงตัวเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกายแปลงตัวเสร็จแล้ว เหลือเป็นกากอาหาร ก็ต้องขับถ่ายออกมา

“กรรมวิธีหรือวงจรรวม” คือ กิน-ย่อย-แปลงตัว-ขับถ่ายกาก เหล่านี้จะเขียนได้เป็นวงกลม และวงกลมนี้เรียกกันว่า METABOLISM ยังนึกถึงศัพท์ภาษาไทยที่เหมาะๆ อยู่ แต่ยังนึกไม่ออก ขอเรียกว่า “วงจรรวม” ไปพลางๆ วงจรรวมนี้แหละ คือเคล็ดลับ โดยเฉพาะตอนหรือภาคส่วนที่เรียกว่า “แปลงตัวเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกาย” นั้นถ้าตอนกินเข้าไป อาหารของคุณเป็นอาหารเกรดดี ภาคส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเป็นภาคส่วนเกรดดี วิเศษยิ่งขึ้น

สำหรับอาหารชีวจิตหนึ่งมื้อแบ่งออกเป็น ข้าว-ผัก-โปรตีน และเบ็ดเตล็ด ทั้งสี่กลุ่มนี้ถ้าเป็นอาหารเกรดธรรมดาๆ ภาคส่วนที่แปลงตัวมาเป็นร่างกายก็จะเป็นภาคส่วนธรรมดาๆ แต่ถ้าเรามีเคล็ดลับ เลือกเฟ้นอาหารแต่ละกลุ่มเอาเฉพาะเกรดดีๆ ส่วนต่างๆ ของร่างกายเราก็จะดี แข็งแรงสมบูรณ์ตามไปด้วย

ต่อไปขออนุญาตชักชวนลองมาทำอาหารกินกันเอง โดยมีหลักการง่ายๆ ว่า

  1. สารอาหารของอาหารแต่ละกลุ่มต้องอยู่ในเกรดเอ
  2. รสชาติต้องอร่อย 

ต่อไปนี้เป็นอาหารหนึ่งมื้อ

อาหารเพื่อสุขภาพ

  • ข้าว แน่นอนต้องเป็นข้าวไม่ขัดขาว ข้าวกล้อง หรือข้าวซ้อมมือก็ได้ ข้าวแดงก็ได้ ถ้าชอบขนมปังแทนข้าวก็ขอให้เป็นขนมปังโฮลวีต (ถ้าใครอยากจะให้อาหารกลุ่มแป้งมีรสชาติขึ้น ให้เอาอาหารกลุ่มที่เป็นทั้งแป้งแถมยังมีโปรตีนปนอยู่ด้วย มารวมกับอาหารประเภทแป้งก็ได้ ที่รวมกันได้คือ ฟักทอง มันเทศ มันไข่ มันเลือด เดี๋ยวนี้มีพันธุ์มันแปลกๆ อร่อยมาก มันฝรั่งมีแป้งแต่ไม่มีโปรตีน
  • ผัก ชนิดคุณค่านำหน้าผักอื่นๆ เช่น ผักโขม (พันธุ์ของฝรั่งและของจีนใบนิ่มอร่อย แต่พันธุ์ไทยใบและต้นค่อยข้างหยาบแข็ง แถมต้นยับมีหนามด้วย แต่มีใยอาหารดีมาก) รองลงไปได้แก่ บรอกโคลี คะน้า ผักไต้หวัน (บางคนเรียกผักฮ่องเต้) คะน้าฮ่องกง (ต้นสั้นๆ เตี้ยๆ เขียวจัด เนื้อหวานกว่าคะน้าธรรมดา) ผักเหล่านี้ใบเขียวจัด มีวิตามินบี 6 มากที่สุด นอกจากนั้นยังมีวิตามินอี กรดโฟลิก (ช่วยบำรุงเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงดี เพราะไปกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเลือดได้ดี) นอกจากนั้นยังมีแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียม แร่ธาตุสำคัญของร่างกายด้วย สำหรับแคลเซียมนั้นหลายคนแม้แต่แพทย์บางคนแนะนำว่า ถ้ามีปัญหาเรื่องกระดูกต้องกินแคลเซียมมากๆ กินแคลเซียมอย่างเดียวไม่พอครับ แคลเซียมจะไม่เข้าไปบำรุงกระดูกตามที่เราต้องการ ตามหลักวิชาฮอร์โธโมเลกุลาร์ (ORTHOMOLECULAR) คือชีวเคมีของวิตามิน ต้องกินแคลเซียมคู่กับแมกนีเซียมจึงจะได้ผลต่อกระดูกและข้อต่อ ผักที่แนะนำคราวนี้มีทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียมอยู่ในตัวกินผักแบบนี้จึงเท่ากับได้ทั้งแคลเซียมและแมกนีเซียมพร้อมๆ กันแต่ระวังอย่าให้เว่อร์ อยากให้กระดูแข็งแรงเร็วๆ เลยกินผักอย่างที่แนะน้ำนี้มื้อละ 2-3 ตะกร้า ไม่ได้ ไม่ได้ กินอย่างนั้นมีหวังจุก (ทั้งท้องและอก) ตาย
  • โปรตีน ใช้ทั้งโปรตีนจากพืชและเนื้อสัตว์ร่วมกัน จากพืชขอแนะนำถั่วเหลืองและถั่วดำ (ชนิดมีตาขาวๆ ตรงกลางเม็ดถั่ว) พร้อมทั้งแนะนำเต้าหู้ด้วย ในขณะเดียวกันก็แนะนำโปรตีนจากปลาพร้อมกันไปด้วย ใช้ปลาทูน่าและปลาแซลมอนกระป๋องก็พอเชื่อถือได้ โปรตีนจากพืชคือถั่วนั้น จะได้วิตามินบี 6 กรดโฟลิก แคลเซียม แมกนีเซียม และ โพแทสเซียม เต้าหู้นั้นไม่มีวิตามินบี 6 แต่สารอื่นๆ เหมือนกับพวกถั่ว ปลาทูน่าและแซลมอน มีวิตามินบี 6 บี 12 มาก แถมยังมีวิตามินอีชนิดดีด้วย มีแคลเซียม แมกนีเซียม และโพแทสเซียมในปริมาณที่เหมาะกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน
  • เบ็ดเตล็ด แรกทีเดียวสาหร่ายทะเลเอาไปทำแกงหรือผัดก็ได้ ผลไม่ไม่หวาน ลองมะละกอ แตงโม สัปปะรด แถมด้วยพุทราลูกใหญ่ๆ และกรอบๆ สัก 2-3 ลูก และอย่าลืมตามด้วยเมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน กินเล่นๆ สักอย่างละ 2 กำมือ และควรแถมจมูกข้าวลงไปสัก 1-2 ช้อนชา ทั้งหมดนี้เมื่อได้เนื้ออาหารมาแล้ว คุณต้องจัดสัดส่วนให้พอดีด้วย

ถ้าคุณรูปร่างปานกลาง พอดีๆ กำลังสวย ก็ใช้สูตรอาหารสูตร 1 คือ ข้าว 50 เปอร์เซ็นต์ และเบ็ดเตล็ด 10 เปอร์เซ็นต์  เปอร์เซ็นต์เหล่านี้หมายถึง สัดส่วนเป็นเปอร์เซ็นต์ของอาหาร 1 มื้อ (1 มื้อก็เท่ากับ 100 เปอร์เซ็นต์) ถ้าตุ้ยนุ้ยหน่อยคือน้ำหนักมาก ก็ใช้สูตร 2 คือ ข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ผัก 35 เปอร์เซ็นต์ โปรตีน 25 เปอร์เซ็นต์ และเบ็ดเตล็ด 10 เปอร์เซ็นต์

ลองสังเกตดูอาหารแต่ละมื้ออ ย่างที่แนะนะเป็นอาหารเกรดเอ ของแต่ละกลุ่ม อย่างเช่น ผัก แนะนำผักโขมและบล็อกโคลี ถือว่าเป็นผักเกรดเอ ถ้าสารอาหารทุกอย่างเกรดเอ เวลามีมันแปลงตัวมาเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกายเรา แน่นอนร่างกายก็เกรดเอตามไปด้วย

ที่มา : เรียบเรียงจากหนังสือชีวจิต คอลัมน์ เปิดประตูหลังบ้าน ฉบับวันที่ 15 พย 55 รูปภาพจาก http://health.ohojunk.com/wp-content/uploads/2009/08/อาหารเพื่อสุขภาพ.jpg