Incredible ซึมเศร้าก่อโรคกาย

สถิติทั่วโลกล่าสุดพบผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากกว่า 350 ล้านคน โดยผู้หญิงมีอาการป่วยมากกว่าผู้ชาย ในจำนวนนี้เข้าถึงการรักษาเพียง 1 ใน 10 คน ขณะเดียวกัน โรคซึมเศร้าทำให้คนไทยเสียชีวิตก่อนวันอันสมควรถึงร้อยละ 70 คาดว่าในปี พ.ศ. 2556

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายสำเร็จสูงกว่าคนทั่วไปที่ฆ่าตัวตายจากความผิดหวังถึง 20 เท่า จากข้อเท็จจริงที่เปิดเผลในวันสุขภาพจิตโลกเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ที่ผ่านมา ยืนยันได้ว่า โรคซึมเศร้าเป็นอีกหนึ่ง ภัยเงียบที่คร่าชีวิตชาวโลกและชาวไทยไม่ต่างจากโรคร้ายทางกาย

ด้วยเหตุนี้ องค์การอนามัยโลก (World Health Organization) จึงประกาศให้ปี ค.ศ. 2012 – 2013 เป็นปีแห่งการรณรงค์ “ภาวะซึมเศร้าวิกฤติโลก” (Depression A Global Crisis) เพื่อให้ประเทศสมาชิกทั่วโลกใส่ใจป้องกันโรคซึมเศร้าเชิงรุกมากขึ้น

เนื่องจากว่าโรคซึมเศร้ายังเป็นสาเหตุตั้งต้นของโรคร้ายที่สร้างความทุกข์ทรมานทางกายได้อีกหลายโรคด้วย ดังเช่น 3 โรคที่คุกคามผู้ป่วยโรคซึมเศร้าดังนี้ อาการปวดศีรษะและปวดต้นคอเรื้อรัง, โรคความดันโลหิตสูง และโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

sad

นี่คือสาเหตุและเทคนิคง่ายๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันทั้งใจและกาย

แพทย์หญิงเรชา กลลดาเรืองไกร จิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 1 อธิบายถึงกลไกการ เกิดโรคซึมเศร้าว่า “โรคซึมเศร้าเป็นอาการผิดปกติของอารมณ์เกิดจากระดับสารสื่อประสาทที่เรียกว่าเซโรโทนิน (Serotonin) ลดลง ซึ่งอาจเป็นเพราะปัจจัยด้านพันธุกรรหรือสมองทำงานผิดปกติ หรือเพราะมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้น เช่น ผู้ป่วยเกิดความผิดหวังอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ทำให้คิดมากจนเครียด สารเซโรโทนินจึงลดลงอย่างรวดเร็ว” เหล่านี้ส่งผลให้เกิดอาการทางจิต เช่น เศร้าซึม หดหู่ ท้อแท้ โดยเฉพาะความเครียดที่เกิดขึ้นยังเป็นสาเหตุ ให้เกิดอาการเจ็บป่วยทางกายตามมาได้ ที่พบบ่อย คือ

  • อาการปวดศีรษะและปวดต้นคอเรื้อรัง ความเครียดทำให้กล้ามเนื้อบริเวณศีรษะและต้นคอบีบเกร็งมากจนเกิดอาการปวดได้
  • โรคความดันโลหิตสูง เพราะร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) มากขึ้นจากความเครียด ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ความเครียดจะกระตุ้นให้กระเพาะอาหารหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ ทำให้น้ำย่อยไปกัดกระเพาะอาหารจนเกิดแผลอักเสบ

หากไม่อยากทุกข์ทรมานจากอาการป่วยทั้งใจและกาย คุณหมอเรขา แนะนำดังนี้

  • ดูแลใจ มองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น คิดบวกมากว่าคิดลบ แม้ว่าการเผื่อใจเพื่อป้องกันความผิดหวังจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ไม่ประมาทแต่หากระวังมากเกินไปย่อมทำให้เกิดความหดหู่ ซึ่งเมื่อเกิดผลร้ายขึ้นมาจริงๆ จะยิ่งทำให้รู้สึก ผิดหวังมากกว่าปกติ ก่อนพัฒนาเป็นอาการซึมเศร้า
  • ดูแลกาย เมื่อมีเวลาว่างควรทำสมาธิ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนั่งสมาธิเสมอไป อาจทำกิจกรรมที่ชอบอย่างการดูหนัง
  • ฟังเพลง หรือ อ่านหนังสือ โดยควรมีสติจดจ่ออยู่กับกิจกรรมที่ทำอยู่ เพียงเท่านี้ก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้

อย่าลืมลองปฏิบัติกันดูนะคะ เราสามารถป้องกันโรคร้ายแรงได้ด้วยตัวเรา