แก้ 10 พฤติกรรมคนทำงาน ทำไตพัง

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาทำความรู้จักและดูแลไตตามแบบแพทย์แผนจีน ด้วยการกำจัดพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ไตพัง พร้อมบำรุงไตให้ไกลโรค…แพทย์หญิงศรันยา กตัญญูวงศ์ หรือคุณหมอส้ม แพทย์ผู้นำแผนปัจจุบันและแผนจีนมาผสมผสานเข้าด้วยกัน เจ้าของคอลัมน์ “เปิดบ้านชีวจิตโฮม” คุณหมอส้มได้อธิบายไขความกระจ่างเกี่ยวกับการทำงานของไตและการบำรุงไตให้แข็งแรงให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆและน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งดังต่อไปนี้ค่ะ

“ไต” ในแพทย์แผนจีนคืออะไร

11544
การแพทย์จีนจะมองไตแบบองค์รวม อาจกล่าวได้ว่า ไตหมายถึงร่างกายทั้งหมดก็ว่าได้ ไตเป็นจุดกำเนิดของร่างกายมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ร่างกายจะก่อตัวจากไตซึ่งมีลักษณะเหมือนเมล็ดถั่วแดง ถั่วนี้จะงอกเป็นอวัยวะต่างๆจนกลายเป็นร่างกาย ด้วยเหตุนี้จึงเชื่อว่า ไตเป็นจุดตั้งต้นของชีวิต เป็นจุดตั้งต้นของอวัยวะของมนุษย์ทุกคนและจะโยงใยกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายไปตลอดชีวิต โดยไตจะทำหน้าที่เป็นตัวเก็บพลัง จ่ายพลัง และเป็นด่านพลังงานสุดท้ายก่อนเราจะตายไป

พลังงานที่เป็นตัวขับเคลื่อนการทำงานของไตคนเราประกอบด้วย 4 ส่วนด้วยกัน ได้แก่

  • ไตหยาง พลังหยางของไตทำหน้าที่ผลิตความร้อน ผลิตพลังทางเพศ และให้ความอบอุ่นต่อมดลูกในผู้หญิง ดูแลเรื่องระบบน้ำในร่างกายและระบบปัสสาวะ
  • ไตหยิน พลังหยินของไตทำหน้าที่ 2 อย่างคือ ทำหน้าที่ผลิตเลือดและสร้างสารหล่อลื่นเป็นน้ำในเซลล์ที่ให้ความชุ่มชื่น และส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงโดยตรง
  • ไตชี่ พลังลมปราณหรือ “ชี่” ของไตทำหน้าที่จับอากาศที่ได้จากการหายใจลงมาบำรุงไต
  • สารพลังชีวิตนี้จะถูกนำไปสร้างเป็นเนื้อเยื่อ กระดูก อสุจิ เลือด และอวัยวะอื่นๆ ตลอดจนทำหน้าที่ส่งต่อยีนพันธุกรรม

พลังงงานทั้งสี่ส่วนนี้ที่รวมกันเป็นหนึ่งของไต แม้ไม่อาจแบ่งให้เห็นเป็นสัดส่วนด้วยตาเปล่า แต่ทั้งหมดทำงานร่วมกันอย่างขันแข็ง
ไตทำหน้าที่อย่างไรในร่างกายของเราบ้าง ดูรูปภาพประกอบดังต่อไปนี้
S__3497986

พฤติกรรมทำร้ายไต
ต่อไปนี้คือพฤติกรรมที่ยกให้เป็นสุดยอดของพฤติกรรมทำร้ายไตให้ทรุดโทรมลง ใครเข้าข่ายพฤติกรรมต่อไปนี้ รีบปฏิวัติตัวเองด่วน

ทำงานหนัก ต่อเนื่องยาวนาน
การทำกิจกรรมมากๆ ทำงานต่อเนื่องนานยาว ทำงานหนักไม่ค่อยได้พักผ่อน หรือใช้ชีวิตเปลือง เช่น ไปเที่ยวหามรุ่งหามค่ำ ไตจะทำงานหนัก เมื่อเวลาผ่านไป พลังงานของไตหยางจะเริ่มอ่อนลง ยิ่งไม่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้พลังงานของไตหยินเสื่อมได้เร็ว เมื่อเป็นอย่างนี้ต่อเนื่องนานๆ ไตทั้งระบบจะเสื่อมได้ง่าย

ขาดการพักผ่อน
การพักผ่อนถือเป็นการบำรุงพลังหยินทั้งร่างกาย ไตก็เช่นเดียวกันเมื่อได้พักผ่อน ไตทั้งระบบจะเริ่มซ่อมแซมตัวเอง ดังนั้นถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอ การซ่อมแซมและการเก็บพลังงานกลับคืนเข้าเก็บสะสมที่ไตจะทำได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

เครียด
เนื่องจากไตจะได้รับพลังงานจากอาหารและอากาศ ดังนั้นเมื่อเกิดความเครียด ซึ่งทำให้เกิดการกลั้นหายใจ หยุดหายใจ หายใจเข้า หายใจตื้น การหายใจที่ผิดปกติเหล่านี้ทำให้ไตไม่ได้รับอากาศลงไปเพื่อเสริมพลังอย่างเพียงพอ นอกจากนี้เมื่อเกิดความเครียด ตับยังผลิตความร้อนออกมาเผาของเหลวในร่างกาย ภาวะเช่นนี้ทำให้ร่างกายเกิดความร้อน เป็นผลพวงทำให้พลังงานในไตขาดความสมดุลไปด้วย หากเครียดจัดและเครียดอยู่บ่อยๆ อาจทำให้ไตเสื่อมได้

ดื่มน้ำน้อยไปหรือมากเกินไป
เนื่องจากไตในสว่นของไตหยินมีน้ำเป็นองค์ประกอบหลัก การดื่มน้ำน้อยทำให้พลังงานขไงไตหยินซึ่งรับผิดชอบเรื่องความชุ่มชื่นของร่างกายลดลง ส่งผลให้ตัวแห้ง ผิวแห้ง ขาดน้ำหล่อเลี้ยงผิว ในทางกลับกัน ถ้าดื่มน้ำมากเกินไป น้ำซึ่งเป็นของเย็นจะไปลดทอนพลังงานของไตหยางซึ่งทำหน้าที่ให้ความอบอุ่น และทำให้ไตหยางต้องทำงานหนักในการผลิตปัสสาวะ ไม่สามารถทำให้ปัสสาวะเข้มข้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัสสาวะมีปริมาณมากและใส ซึ่งในระยะยาวจะทำให้ไตเสื่อมได้ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้พอดี การดื่มน้ำน้อยกว่าวันละ 1 ลิตร ถือว่าดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่ถ้าดื่มน้ำวันละ 4-5 ลิตรก็ถือว่าดื่มน้ำมากเกินไป แนะนำให้ดื่มวันละ 1.5-2 ลิตร

ดื่มน้ำอื่นๆแทนน้ำปล่าว
เครื่องดื่มบางชนิดทำให้เกิดการสูญเสียน้ำออกจากร่างกาย (dehydrate) เช่น ชา กาแฟ โคลา เนื่องจากมีคาเฟอีน ทำให้เกิดการขับปัสสาวะและทำให้ตัวแห้ง พฤติกรรมนี้ทำให้ไตหยินเสื่อมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดื่มชาธาตุร้อน ซึ่งได้แก่ชาที่เก็บมาแล้วตากแห้ง แล้วนำเข้าไปหมักต่อ เพราะวิธีการดังกล่าวจะทำให้ชาเปลี่ยนสภาพจากอาหารธาตุเย็นเป็นอาหารธาตุร้อน ชาธาตุร้อน เช่น ชาดำของรัสเซีย ชาอู่หลงที่ชงเข้มจัด ชาที่ดื่มได้โดยไม่มีผลกระทบต่อไตคือ ชาเขียว เพราะเป็นชาที่เก็บมาแล้วตากแห้งเท่านั้น ไม่มีการหมัก อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ

ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นตัวเสริมความร้อนในร่างกายทำให้การไหลเวียนเร็วขึ้น ทว่าทำให้ไตหยินอ่อนพลัง จึงทำให้ผิวแห้ง ในรายของผู้หญิงอาจทำให้เลือดออกมากเวลามีประจำเดือนและทำให้ซีดง่าย

การกินยาบางชนิดนานๆ
การกินยาที่มีฤทธิ์เย็นนานๆ ไตหยางจะอ่อนพลัง เช่นยาลดความดันบางกลุ่ม ซึ่งมักมีคำเตือนเกี่ยวกับการทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง ซึ่งสัมพันธ์กับสุขภาพของไตที่เสื่อมลงนั่นเอง กล่าวคือ ในทางแพทย์แผนจีนอธิบายว่า ความดันโลหิตสูงเกิดจากพลังหยางในร่างกายมีมาก ยาที่หมอให้ส่วนใหญ่จึงเป็นยาฤทธิ์เย็น ซึ่งมีสรรพคุณลดพลังหยาง เมื่อพลังหยางลดลงพลังเรื่องเพศจะลดลงด้วย นอกจากนี้ การกินยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด (NSAID) ก็กระทบต่อไตเช่นกัน โดยมีฤทธิ์เสริมพลังหยางเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี เพื่อช่วยระงับอาการปวด ยาชนิดนี้ทำให้พลังงานไตหยินลดลงได้

การมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ
การมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆกระทบต่อสารพลังชีวิตที่กักเก็บอยู่ในไต เมื่อสารพลังชีวิตลดลงจะกระทบต่อพลังงานของทั้งไตหยินและไตหยาง ทำให้แก่เร็ว ที่เห็นชัดคือผิวหน้าเหี่ยวย่น

พฤติกรรมการกินผิดๆ
การกินอาหารมากเกินไปกระทบระบบย่อยอาหาร คือม้าม ถ้ากินมากเกินไป ม้ามย่อยไม่ไหว จะต้องดึงพลังงานจากไตมากกว่าปกติ ในทางกลับกัน หากกินน้อยเกินไปจะไม่มีสารอาหารไปบำรุงพลังงานไต แต่ละมื้อจึงควรกินในปริาณที่พอเหมาะพอดี การกินผิดเวลา กินผิดปกติ กระทบม้าม กระทบระบบย่อยอาหารโดยตรง แต่ถ้ากินผิดเวลาบ่อยๆ ต่อเนื่องไปนานๆสัก 2-3 เดือน ไตจะเริ่มได้รับผลกระทบ เพื่อสุขภาพไตที่ดีจึงควรกินอาหารให้ตรงเวลา

กินเค็ม+เผ็ด
การกินอาหารเค็มจัดไปทำให้ร่างกายต้องใช้น้ำในการทำให้เกลือเป็นสารละลาย (dilute) ส่งผลให้พลังงานของไตหยินลดลง นอกจากนี้ อาหารรสเผ็ดจัดๆก็ทำให้พลังงานของไตหยินลดลงได้เช่นกัน เนื่องจากอาหารรสเผ็ดจัดเป็นอาหารที่สร้างความร้อน ให้พลังพยาง เผาผลาญพลังหยิน ดังนั้นไม่ควรกินอาหารที่รสจัดเกินไป

เมื่อรู้แล้วว่าพฤติกรรมใดทำให้ไตส่วนใดป่วยอย่างไร เราไปเช็คกันต่อว่าอาการอย่างไรส่อว่าไตป่วย

เจ็บไข้ส่อไตป่วย
จะเห็นได้ว่า ไตของแพทย์แผนจีนมีความสำคัญอย่างยิ่งและสัมพันธ์กับระบบสำคัญในร่างกายมากมาย เมื่อไตป่วยจึงส่อให้เห็นอาการได้หลายอาการ

ปวดเมื่อยตามเอว หัวเข่า และขา ฟันและกระดูกเปราะหักง่าย กระดูกพรุน
อาการเหล่านี้เกิดจากไตหยางซึ่งทำหน้าที่ผลิตความร้อนมีพลังน้อยลง หรือสารพลังชีวิตในไตลดปริมาณลง ทำให้ไตโดยรวมมีประสิทธิภาพในการทำงานด้อยลง เนื่องจากไตเป็นอวัยวะควบคุมจัดการเกี่ยวกับกระดูก เมื่อร่างกายตกอยู่ในภาวะเช่นนี้ อวัยวะและระบบต่างๆที่ต้องใช้สารพลังชีวิตในการทำงานจะได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึ ที่ชัดเจนคือ กระดูกจะอ่อนแอลง เพราะขาดสารพลังชีวิตสำหรับผลิตไขกระดูก เป็นเหตุให้เกิดอาการเมือยตามเอว ปวดหัวเข่า ทำให้เดินไม่สะดวก และถ้าเปล่อยภาวะเช่นนี้ให้เป็นอยู่อย่างยือเยื้อ อาจเป็นเหตุห้เกิดภาวะกระดูกพรุนตามมาได้

ประจำเดือนขาดหรือมาไม่เป็นปกติ ตั้งครรภ์ยาก ไม่มีการตื่นตัวทางเพศ
สาเหตุของอาการเหล่านี้อาจเกิดจากไตมีสารพลังชีวิตน้อย ไตหยางหรือไตหยินอ่อนพลังลง หากเกิดกับผู้หญิงจะเกิดภาวะตัวเย็นเป็นประจำ เมื่อเลือดหมุนเวียนไม่ดี เลือดจะไปเลี้ยงมดลูกไม่พอ ทำให้ตั้งครรภ์ยาก ประจำเดือนักมีเลือดออกน้อย และในบางคนจู่ๆเลือดก็หยุดไป ทำให้ประจำเดือนขาดหายไปเป็นเดือนๆ

อาการร้อนรุ่ม มือและเท้าร้อนผ่าว เหงื่อออกมาก
อาการนี้เกิดจากพลังของไตหยินลดลง อาการนี้จะเด่นชัดในผู้หญิง ซึ่งตามธรรมชาติ พลังหยินจะลดลงเหลือครึ่งเดียวเมื่ออายุ 40 ปี หรือที่ทางการแพทย์แผนปัจจุบันอธิบายว่าเป็นช่วงที่ย่างเข้าสู่วัยทอง อาการวัยทอง เช่น อาการร้อนวูบวาบ (hot flush) มีเหงื่อออกตอนกลางคืน อาการผิดแห้งอธิบายตามหลักของแพทย์แผนจีนได้ว่า เกิดจากพลังงานของไตหยินลดลงนั่นเอง สำหรับคนที่ยังไม่ถึงวัยหมดประจำเดือน หากไตหยินพร่องมีกมีอาการร้อนรุ่ม มือและเท้าร้อนผ่าว เหงื่อออกมาก บางคนประจำเดือนมาเป็นช่วงสั้นๆ หรือมีเลือดประจำเดือนน้อย

ท้องเสียยามรุ่งสาง
ท้องเสียยามรุ่งสางเกิดขึ้นเมื่อไตหยางที่ทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนพลังลง ทำให้เกิดความเย็นขึ้นภายในอวัยวะดังกล่าว เป็นผลให้ประสิทธิภาพในการย่อยและดูดซึมอาหารถดถอย ภาวะดังกล่าวเป็นต้นเหตุของอาการปวดท้องและท้องเสียโดยจะมีอาการท้องเสียตอนรุ่งสาง เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายมีพลังหยางหรือความอบอุ่นในร่างกายน้อยที่สุด ท้องเสียลักษณะนี้เรียกว่า “ท้องเสียไก่ขัน” หรือ “ท้องเสียเมื่อตัวเย็น” ในทางกลับกัน หากมีอาการท้องเสียไม่จำกัดเวลาหรือท้องผูกเรื้อรัง อาจมีผลมาจากสารพลังชีวิตในไตลดระดับลง

ปัสสาวะถี่ แต่ถ่ายปัสสาวะไม่คล่อง ปัสสาวะไม่ออกและปวดเวลาปัสสาวะ
อาการปัสสาวะถี่ แต่ถ่ายปัสสาวะไม่คล่อง เกิดจากไตหยางอ่อนพลังลงจนไตไม่สามารถควบคุมระบบการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งได้แก่ การเก็บและขับถ่ายปัสสาวะให้เป็นไปตามปกติ ทำให้ปัสสาวะถี่ แต่ถ่ายปัสสาวะไม่คล่อง ส่วนอาการปัสสาวะไม่ออกและมีอาการปวดเวลาปัสสาวะ เกิดจากสารพลังชีวิตในไตลดลง ทำให้การควบคุมระบบเปลี่ยนถ่ายน้ำในร่างกายทำงานด้อยลง กระเพาะปัสสาวะจึงทำงานไม่เป็นปกติได้เช่นกัน

ไม่ว่าใครกำลังมีสัญญาณส่อไตป่วย หรือไตยังสมบูรณ์แข็งแรงอยู่ การบำรุงไตถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรละเลยค่ะ

อ่านบทความต่อไปเกี่ยวการปรับพฤติกรรมเพื่อบำรุงไตให้แข็งแรงได้ที่ ปรับพฤติกรรมบำรุงไตให้แข็งแรง…อายุยืน

ที่มา : เรียบเรียงจาก คอลัมน์ เรื่องพิเศษ หนังสือ ชีวจิต 16 พค 55 รูปภาพจาก http://www.trafficpolice.go.th